เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 ไม่มีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดความ เป็นส่วนตัวของลูกค้า การทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหล สูญหาย
ไม่มีข้อร้องเรียนด้านผลกระทบจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้เสีย
100% พนักงานและผู้บริหารเข้ารับการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์
เป้าหมาย
ภายในปี 2573 ไม่มีข้อร้องเรียน ด้านการละเมิดความเป็นส่วนตัวของลูกค้า การทําทำข้อมูลลูกค้ารั่วไหลหรือสูญหาย หรือด้านผลกระทบจากการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้เสีย

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัทฯ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการดำเนินธุรกิจโดยปรับกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัล เปลี่ยนจากการใช้แรงงานเป็นการใช้เทคโนโลยี เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงวิเคราะห์และการคาดการณ์ รวมถึงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Omnichannel ในการสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อให้กับลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าและร้านค้า รวมถึงลดความเสี่ยงทางธุรกิจ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้าและการทำงานของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ได้รับนั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การโจรกรรมข้อมูล อาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่บริษัทฯ ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากข้อกำหนดที่ซับซ้อนและต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ความหละหลวม หรือการขาดประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจ การสูญเสียทรัพยากร การร้องเรียน การฟ้องร้อง และนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อเสียง รวมถึงลดทอนความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียในการทำธุรกรรมกับบริษัทฯ

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การลงทุนในเทคโนโลยีที่ปลอดภัย

ยังช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างรากฐานความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทฯ มีคณะกรรมการนโยบายความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลสำคัญได้รับการคุ้มครองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญระดับองค์กร โดยมีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงในมิติดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งทีมงานด้าน IT Security ภายใต้การบริหารของ Chief Information Security Officer (CISO) ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสรรหากรรมการที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเสริมศักยภาพของคณะกรรมการในการกำกับดูแลธุรกิจในโลกยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ระดับการกำกับดูแล ความถี่ของการรายงาน
ระดับกรรมการ ตามวาระ
ระดับบริหาร ทุกไตรมาส
ระดับปฏิบัติการ ทุกเดือน
ระดับตรวจสอบ ต่อเนื่อง
  • ดูแลความพร้อมใช้งานของระบบสารสนเทศ ทั้ง Hardware และ Software
  • ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูล รวมทั้งระบบป้องกันความเสียหายทางกายภาพจากเหตุการณ์ฉุกเฉิน
  • ร่วมกับหน่วยงานบริหารความเสี่ยงในการซ้อมแผนฉุกเฉินจากสถานการณ์ระบบล่มประจำปี
  • ทำหน้าที่เทียบเท่าศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Security Operations Center: SOC)
  • เฝ้าระวังภัยคุกคาม และตรวจสอบการเข้าถึงเครือข่ายและระบบสารสนเทศต่าง ๆ ขององค์กร
  • พร้อมตอบสนองต่อเหตุคุกคาม หรือเหตุผิดปกติอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์ และปรับปรุงมิให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ
  • ตรวจสอบความปลอดภัย และทดสอบค้นหาช่องโหว่ของระบบข้อมูล (Vulnerability Assessment) เป็นประจำทุกเดือน และทำการปิดการปิดช่องดำเนินการปิดช่องโหว่ที่รุนแรงและสำคัญโดยเร็วที่สุด
  • รวบรวมเหตุ เหตุการณ์และแนวทางแก้ไข เพื่อรายงาน Incident Report ต่อ CISO ของกลุ่มเซ็นทรัล
  • กำหนดนโยบาย ความมั่นคงและมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ รวมถึงแนวปฏิบัติในการนำไปใช้ในงานพัฒนาระบบ software ต่าง ๆ ขององค์กร และการอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้พนักงาน
  • ดูแลความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศตามสภาพความเสี่ยงขององค์กร ตามหลัก CIA ครอบคลุมการรักษาความลับของข้อมูลองค์กร การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เกณฑ์การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ผู้พัฒนาระบบ และ Software ที่จะนำมาใช้ในองค์กร
  • ดูแลความมั่นคงทางไซเบอร์ให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางกฎหมายและมาตรฐานระดับสากล เช่น National Institute of Standards and Technology Cybersecurity Framework (NIST CSF) และ Center for Internet Security Controls (CIS Controls)
  • ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มเซ็นทรัล (DPO)
  • ทำงานร่วมกันในการทดสอบแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอันเกิดจากเหตุระบบสารสนเทศล่ม
  • สุ่มตรวจสอบในเรื่อง การควบคุม (1) การเข้าถึงโปรแกรม (2) ความลับของข้อมูล และ (3) ความถูกต้องของข้อมูลในระบบ อย่างเหมาะสม
การบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารระดับสูง

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้กำหนดให้ ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญของคณะกรรมการบริษัท มีการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดตั้ง ทีม IT Security ภายใต้การบริหารของ Chief Information Security Officer (CISO) ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีนโยบายในการสรรหากรรมการที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สามารถรับมือกับ ความท้าทายทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรฐานและแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ครอบคลุมถึงร้านค้าปลีก เว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ ตลอดจนสถานที่อื่น ๆ ที่ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังดำเนินการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล และมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สามารถติดตาม ควบคุม และปกป้องข้อมูลของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีมาตรการรองรับเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมาย

บริษัทฯ กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยสารสนเทศ นโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายคุกกี้ นโยบายการบันทึก การรายงาน และการเก็บรักษาข้อมูล และมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศ เป็นแนวทางในการปฏิบัติของพนักงานทั้งองค์กร รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม อีกทั้งพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการความปลอดภัยด้านสารสนเทศ โดยใช้มาตรฐาน ISO 27001:2013 และ NIST SP800-53 เป็นกรอบในการดำเนินการ ซึ่งครอบคลุมการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ ทั้งระบบ hardware, software และ network ของบริษัทฯ

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลจัดตั้งหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้รับผิดชอบและกำหนดกรอบการทำงานให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลการละเมิด และหารือวิธีป้องกันร่วมกันระหว่างหน่วยงาน รวมถึงการประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวให้สาธารณชนรับทราบทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ในบริเวณพื้นที่บริการลูกค้าในศูนย์การค้าและจุดที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ ยังจัดให้มีคู่มือในการบริหารจัดการกิจกรรมที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทุกขั้นตอนให้สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายความเป็นส่วนตัว รวมถึงมีการสื่อสารให้พนักงานทราบและเข้าใจถึงภัยทางไซเบอร์

ในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ของพนักงาน บริษัทฯ มีการจัดอบรมพนักงานออนไลน์ในหลักสูตร CPN-Personal Data Protection Act (PDPA 2019) และ CRC-Personal Data Protection Act และได้มีการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาระบบจัดการความยินยอม กระบวนการจัดการคำขอใช้สิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การกำหนดกรอบระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล การจัดทำเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น Data Processing Agreement และการจัดทำกระบวนการดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลอีกด้วย

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียน ในกรณีที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากทางบริษัทฯ สามารถแจ้งเหตุผ่านช่องทางการร้องเรียนออนไลน์บนเว็บไซต์และทางศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) หมายเลข +66 (0) 2-667-5555 โดยข้อร้องเรียนดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานตรวจสอบภายใน และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล รวมถึงส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไข หากตรวจสอบแล้วพบว่าสาเหตุเกิดจากการดำเนินการของบริษัทฯ จะแสดงความรับผิดชอบในส่วนการชดเชยหรือเยียวยาตามความเหมาะสม

การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ในองค์กร

เพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในองค์กร โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่

  • การอบรมและเสริมสร้างความรู้ด้านไซเบอร์ให้แก่พนักงานทุกระดับ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย
  • การฝึกซ้อมแผนรับมือภัยคุกคามไซเบอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการรับมือและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การพัฒนาแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมและมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่
การบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์และการจัดทำประกันภัย

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ จึงได้ดำเนินการประกันภัยไซเบอร์ เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า เพื่อให้แน่ใจว่าคู่ค้าทางธุรกิจที่เข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่เพียงพอ

มุ่งมั่นสู่ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างยั่งยืน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่ยังเป็น กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ มุ่งมั่น พัฒนาและยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวโน้มของโลก เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์อย่างรับผิดชอบ

เซ็นทรัลพัฒนา มุ่งมั่นใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส ปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจควบคู่กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทบูรณาการการกำกับดูแล AI เข้ากับกรอบการบริหารความเสี่ยง ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และการคุ้มครองข้อมูล โดยอ้างอิงมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และ NIST SP 800-53 พร้อมกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและระบบตามบทบาทหน้าที่ (Role-Based Access Control) และจำกัดการเข้าถึงระบบหรือเครื่องมือ AI ที่มีความอ่อนไหวเฉพาะผู้มีอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

มาตรการควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อาทิ
  • ใช้ระบบ Multi-Factor Authentication (MFA) สำหรับการเข้าถึงระบบสำคัญจากอินเทอร์เน็ต
  • เปิดใช้งาน BitLocker บนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าแม้เครื่องสูญหาย ข้อมูลภายในเครื่องยังคงได้รับการปกป้องและปลอดภัย
  • มีการควบคุมสิทธิ์การใช้งาน Administrator เพื่อป้องกันการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยไม่ได้รับการอนุมัติ
  • มีการบันทึกการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง
  • มีระบบแจ้งเตือนและรายงานอีเมล Phishing เพื่อให้พนักงานสามารถแจ้งเหตุที่น่าสงสัยแก่ฝ่าย IT ได้ทันที
  • จัดทำการทดสอบจำลองสถานการณ์ Phishing (Phishing Simulation) เพื่อประเมินและยกระดับความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity ของพนักงาน
  • ดำเนินการประเมินความมั่นคงปลอดภัยและทดสอบประสิทธิผลของมาตรการควบคุมอย่างสม่ำเสมอ

กรณีที่มีการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์หรือการตัดสินใจ บริษัทกำหนดให้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลโดยบุคลากรที่เกี่ยวข้องตามระดับความเสี่ยง พร้อมจัดให้มีช่องทางสำหรับผู้ใช้งานหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบในการร้องขอให้ทบทวนผลลัพธ์ คัดค้านผลการตัดสินใจ หรือขอให้มีการพิจารณาซ้ำตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทมีการติดตามและประเมินประสิทธิภาพของระบบ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังความเสื่อมประสิทธิภาพของโมเดล (Model Drift) ความถูกต้องของผลลัพธ์ และความเสี่ยงด้านอคติ (Bias) พร้อมปรับปรุงหรือทบทวนระบบเมื่อจำเป็น ตลอดจนมีการทวนสอบประสิทธิผลของมาตรการควบคุมด้าน IT Security, Cybersecurity และ Data Protection โดยผู้ตรวจสอบอิสระภายนอกเป็นประจำทุกปี เพื่อสนับสนุนความเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลและการใช้งาน AI ของบริษัทเป็นไปอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การประยุกต์ใช้ AI เพื่อสิ่งแวดล้อมและการบริหารผลกระทบจาก AI

เซ็นทรัลพัฒนาใช้เทคโนโลยี AI และ Digital Solutions เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวอย่างรับผิดชอบ

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ที่สำคัญ ได้แก่

  • Smart Building & AI Energy Management

    ใช้ระบบ Building Management System (BMS), Smart HVAC, IoT และ AI Chiller Plant Optimization ในการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานแบบเรียลไทม์ และปรับการทำงานของระบบทำความเย็นให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  • AI-powered GHG Tracking Platform

    ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้เช่าและคู่ค้าในการรวบรวม วิเคราะห์ และคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยเพิ่มความถูกต้องของการติดตามข้อมูล Scope 3 และสนับสนุนการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

  • Central Pattana SERVE

    ใช้เป็นระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้สาธารณูปโภคของผู้เช่า ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบผลการใช้พลังงาน ระบุโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการเลือกใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและผู้ให้บริการที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนตามความเหมาะสม และคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ในการเลือกใช้ระบบหรือโมเดล AI นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังติดตามและประเมินผลลัพธ์เชิงปริมาณจากการประยุกต์ใช้ AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการลดการใช้พลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อให้เทคโนโลยี AI เป็นกลไกสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้เช่าอาคาร ลูกค้าโครงการที่พักอาศัย
พนักงาน
ลูกค้า
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ
ผู้ถือหุ้น
เจ้าหนี้