เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 อาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวไทย หรือ TREES ได้แก่ เซ็นทรัล นครสวรรค์ และเซ็นทรัล จันทบุรี ได้รับมาตรฐานอาคารเขียวไทยในระดับ Gold
เป้าหมาย
ใช้มาตรฐานอาคารเขียว (Green Building Standards) และ WELL Building Standard ในการออกแบบ พัฒนา และก่อสร้างอาคารและโครงการ
ผลการดำเนินงาน
7.2%
สัดส่วนพื้นที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED, TREES และอื่นๆ ตามนิยาม GRESB เทียบพื้นที่ทั้งหมด
เป้าหมาย

เป้าหมายปี 2568: 7%

เป้าหมายปี 2569: 10%

เป้าหมายปี 2577: 20%

สัดส่วนพื้นที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED, TREES และอื่นๆ ตามนิยาม GRESB เทียบพื้นที่ทั้งหมด

การกำกับดูแล

บริษัทฯ ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอาคารเขียว (Green Building) ในประเทศไทย โดยบูรณาการแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารและทีมวิศวกรรม เพื่อขับเคลื่อนโครงการใหม่ทุกแห่งและยกระดับโครงการเดิม ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard และ WiredScore ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจในการสร้างเมืองที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างเป็นรูปธรรม

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการพัฒนาอาคารเขียวเพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มด้านความยั่งยืนและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานด้านนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงกายภาพ ต้นทุน และการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งต้นน้ำและปลายน้ำในห่วงโซ่คุณค่า เนื่องจากการนำเทคโนโลยีอาคารเขียวมาปรับใช้และการได้รับมาตรฐานรับรอง เช่น LEED และ TREES จำเป็นต้องมีต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นในระดับสูง รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้และกระบวนการขอรับรองมาตรฐาน นอกจากนี้ โครงการที่เปิดดำเนินการมานานแล้วยังมีข้อจำกัดทางกายภาพและโครงสร้างในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ดังนั้น การขับเคลื่อนอาคารเขียวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากต้นน้ำ ได้แก่ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่ผลิตสินค้าฉลากเขียว ผู้รับเหมาที่มีความชำนาญในการบันทึกข้อมูล และผู้เช่าร้านค้าที่มีความเข้าใจเรื่องการลดต้นทุนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อร่วมปฏิบัติตามมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการสื่อสาร ควบคุม และสร้างการมีส่วนร่วม

อย่างไรก็ตาม โครงการอาคารเขียวยังเปิดโอกาสสำคัญให้กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในหลายด้าน โดยการนำมาตรฐานมาเป็นเกณฑ์ในการก่อสร้างและออกแบบ พร้อมคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว อีกทั้งการดำเนินโครงการ Central Pattana Green Partnership และการบังคับใช้คู่มือมาตรฐานสาธารณูปโภคของผู้เช่า ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของทั้งศูนย์การค้าและร้านค้าผู้เช่า แต่ยังเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน เตรียมความพร้อมรับมือกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นด้านความยั่งยืนยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วน การดำเนินงานด้านอาคารเขียวจึงเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนาองค์กร รวมถึงเป็นแนวทางสำคัญสู่ความยั่งยืนในอนาคต

การเป็นผู้นำในด้านอาคารเขียวช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร

ทำให้บริษัทฯ เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ของอาคารเขียว (Green Building) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การพัฒนาโครงการของบริษัทฯ ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อาคารในปัจจุบัน แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้นำแนวทางการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้กับทุกโครงการ โดยยึดมาตรฐานระดับสากลและระดับประเทศ เช่น LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) ของ U.S. Green Building Council (USGBC), TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ของสถาบันอาคารเขียวไทย, ASEAN Energy Awards ของอาเซียน, Thailand Energy Awards ของกระทรวงพลังงาน และ MEA Index (Management of Energy Achievement Index) ตัวชี้วัดระดับการใช้พลังงานของการไฟฟ้านครหลวง มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ ออกแบบและบริหารจัดการอาคารให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อโลก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สามารถดูรายชื่อโครงการที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียวหรือรางวัลอื่น ๆ ได้ที่ ผลการดำเนินงานด้านอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาอาคารเขียวในระดับภูมิภาค ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ BEAM Society Limited และ Hong Kong Green Building Council จากฮ่องกง ในการประยุกต์ใช้มาตรฐาน BEAM Plus กับโครงการอาคารใหม่ อาคารที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมถึงพื้นที่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการบริหารอาคารอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสนับสนุนการเชื่อมโยงอาคารเขียวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืนในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนในประเทศไทย

กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวและการประเมินตลอดวงจรชีวิต

บริษัทฯ ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านต้นทุนระยะสั้นด้วยวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาว โดยนำแนวทางการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิต มาเป็นกรอบหลักในการตัดสินใจ แม้การนำเทคโนโลยีอาคารเขียวและการขอรับรองมาตรฐาน เช่น LEED และ TREES จะทำให้ต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นสูงขึ้น แต่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ยืนยันว่า นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำ และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ซึ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

แนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร

ทั้งในส่วนพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ของผู้เช่า ดังนี้

  • นวัตกรรมการออกแบบ Smart & Green Design

    ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยี Building Integrated Photovoltaics (BIPV) ฝังแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับโครงสร้างอาคาร รวมถึงส่งเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาวผ่านการออกแบบให้มีทิศทางลมธรรมชาติหมุนเวียน ใช้วัสดุสะท้อนความร้อน และใช้ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง

  • การจัดหาวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน

    มุ่งมั่นในการเลือกใช้และจัดหาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าวัสดุอื่น เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน และพิจารณาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ โดยมีการดำเนินงานภายใต้แนวทาง ดังนี้

    • การใช้วัสดุที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม

      ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อวัสดุที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากเขียว Thai Green Label, Green Label Plus หรือ Environmental Product Declaration (EPD) ซึ่งรับรองว่าวัสดุดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ ผลิตจากกระบวนการที่รับผิดชอบ และส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคาร บริษัทฯ เลือกใช้ คอนกรีตลดคาร์บอน เหล็กรีไซเคิล และวัสดุที่สามารถระบุคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างชัดเจน เพื่อลดปริมาณคาร์บอนแฝงจากกระบวนการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์รักษ์โลกและคอนกรีตรีไซเคิล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของอาคาร

    • การใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุพื้นถิ่น

      ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล วัสดุในประเทศหรือจากภูมิภาคใกล้เคียงเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่งและการผลิต โดยวัสดุก่อสร้างหลักที่ใช้ในโครงการต้องมีเอกสารรับรองจากผู้ผลิตและระบุความสามารถในการรีไซเคิล เพื่อแสดงถึงการดำเนินงานตามแนวทางการจัดหาวัสดุที่ยั่งยืนของบริษัท

    • การใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ

      เพื่อลดปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่เกิดจากวัสดุภายในอาคารที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร บริษัทฯ จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ เช่น สีทาภายใน วัสดุประสาน และวัสดุยาแนว รวมถึงมีเอกสารแสดงข้อมูลความปลอดภัยจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย หรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง เพื่อตรวจสอบและยืนยันคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของวัสดุอย่างโปร่งใส

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้รับเหมาในการวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนแฝงจากกระบวนการก่อสร้างอาคารของบริษัทฯ ด้วยวิธีการสากลที่น่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับบริบทตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

    สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการเซ็นทรัล กระบี่ – ต้นแบบศูนย์การค้าคาร์บอนต่ำ (Thailand’s First Prototype of a Sustainable Mall)

  • การยกระดับความร่วมมือกับผู้เช่าผ่านโครงการ Green Partnership

    บริษัทฯ ตระหนักว่าการได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว เช่น LEED หรือ TREES ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เช่า จึงได้กำหนด "คู่มือข้อกำหนดมาตรฐานสาธารณูปโภคอาคารและงานระบบสำหรับร้านค้า" เพื่อเป็นข้อตกลงและเงื่อนไขในการออกแบบตกแต่งร้านค้าให้สอดคล้องกับความยั่งยืน ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ดังนี้

    • ประสิทธิภาพพลังงาน

      กำหนดให้พื้นที่ผู้เช่าใช้ระบบแสงสว่างที่มีค่ากำลังไฟฟ้าไม่เกิน 11 วัตต์ต่อตารางเมตร บังคับใช้หลอดไฟ LED ฉลากเบอร์ 5 และกำหนดให้ระบบปรับอากาศไม่ใช้สารทำความเย็นที่ทำลายชั้นบรรยากาศ (CFC และ HCFC-22)

    • การประหยัดน้ำ

      แนะนำให้ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำภายในร้านค้า เช่น ก๊อกน้ำอ่างล้างมือต้องมีอัตราการไหลไม่เกิน 1.2 ลิตร/นาที

    • คุณภาพอากาศและวัสดุภายใน

      ผู้เช่าต้องออกแบบระบบระบายอากาศตามมาตรฐาน ASHRAE 62.1-2007 และบังคับใช้วัสดุตกแต่งที่มีสารพิษต่ำตามมาตรฐาน SCAQMD รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ต้องไม่มีส่วนผสมของสารยูเรีย-ฟอร์มาดีไฮด์ หรืออยู่ในระดับ E0 เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน

เราเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเกิดจากการลงมือทำร่วมกัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่โครงการ Green Partnership ร่วมกับผู้เช่าและพันธมิตร

การสร้างคุณค่าผ่านอาคารเขียว

นอกเหนือจากการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว อาคารเขียวของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ยังสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคม การใช้พลังงานสะอาดและการออกแบบอาคารให้มีประสิทธิภาพสูงสุดช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทั้งนี้ อาคารที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียวยังสามารถเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว เป็นที่ต้องการของนักลงทุน และช่วยสร้างความแตกต่างให้กับเซ็นทรัลพัฒนาในตลาดอสังหาริมทรัพย์

การพัฒนาอาคารเขียวไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา แต่เป็นพันธกิจของบริษัทฯ ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างเมืองที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทางที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการอาคาร เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้เช่าอาคาร ลูกค้า โครงการที่พักอาศัย
ลูกค้า
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ
เจ้าหนี้