อาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
เป้าหมายปี 2568: 7%
เป้าหมายปี 2569: 10%
เป้าหมายปี 2577: 20%
สัดส่วนพื้นที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED, TREES และอื่นๆ ตามนิยาม GRESB เทียบพื้นที่ทั้งหมด
การกำกับดูแล
บริษัทฯ ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอาคารเขียว (Green Building) ในประเทศไทย โดยบูรณาการแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารและทีมวิศวกรรม เพื่อขับเคลื่อนโครงการใหม่ทุกแห่งและยกระดับโครงการเดิม ให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard และ WiredScore ซึ่งสะท้อนถึงพันธกิจในการสร้างเมืองที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอย่างเป็นรูปธรรม
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการพัฒนาอาคารเขียวเพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มด้านความยั่งยืนและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานด้านนี้ยังคงเผชิญกับความท้าทายเชิงกายภาพ ต้นทุน และการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งต้นน้ำและปลายน้ำในห่วงโซ่คุณค่า เนื่องจากการนำเทคโนโลยีอาคารเขียวมาปรับใช้และการได้รับมาตรฐานรับรอง เช่น LEED และ TREES จำเป็นต้องมีต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นในระดับสูง รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้และกระบวนการขอรับรองมาตรฐาน นอกจากนี้ โครงการที่เปิดดำเนินการมานานแล้วยังมีข้อจำกัดทางกายภาพและโครงสร้างในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ดังนั้น การขับเคลื่อนอาคารเขียวให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากต้นน้ำ ได้แก่ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่ผลิตสินค้าฉลากเขียว ผู้รับเหมาที่มีความชำนาญในการบันทึกข้อมูล และผู้เช่าร้านค้าที่มีความเข้าใจเรื่องการลดต้นทุนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อร่วมปฏิบัติตามมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นความท้าทายในการสื่อสาร ควบคุม และสร้างการมีส่วนร่วม
อย่างไรก็ตาม โครงการอาคารเขียวยังเปิดโอกาสสำคัญให้กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในหลายด้าน โดยการนำมาตรฐานมาเป็นเกณฑ์ในการก่อสร้างและออกแบบ พร้อมคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาว อีกทั้งการดำเนินโครงการ Central Pattana Green Partnership และการบังคับใช้คู่มือมาตรฐานสาธารณูปโภคของผู้เช่า ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของทั้งศูนย์การค้าและร้านค้าผู้เช่า แต่ยังเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สิน เตรียมความพร้อมรับมือกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น และดึงดูดกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นด้านความยั่งยืนยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง และสร้างคุณค่าร่วมให้กับทุกภาคส่วน การดำเนินงานด้านอาคารเขียวจึงเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในการพัฒนาองค์กร รวมถึงเป็นแนวทางสำคัญสู่ความยั่งยืนในอนาคต
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ของอาคารเขียว (Green Building) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การพัฒนาโครงการของบริษัทฯ ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อาคารในปัจจุบัน แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้นำแนวทางการพัฒนาอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้กับทุกโครงการ โดยยึดมาตรฐานระดับสากลและระดับประเทศ เช่น LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) ของ U.S. Green Building Council (USGBC), TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) ของสถาบันอาคารเขียวไทย, ASEAN Energy Awards ของอาเซียน, Thailand Energy Awards ของกระทรวงพลังงาน และ MEA Index (Management of Energy Achievement Index) ตัวชี้วัดระดับการใช้พลังงานของการไฟฟ้านครหลวง มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ ออกแบบและบริหารจัดการอาคารให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อโลก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สามารถดูรายชื่อโครงการที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียวหรือรางวัลอื่น ๆ ได้ที่ ผลการดำเนินงานด้านอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาอาคารเขียวในระดับภูมิภาค ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ BEAM Society Limited และ Hong Kong Green Building Council จากฮ่องกง ในการประยุกต์ใช้มาตรฐาน BEAM Plus กับโครงการอาคารใหม่ อาคารที่เปิดดำเนินการแล้ว รวมถึงพื้นที่ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการบริหารอาคารอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสนับสนุนการเชื่อมโยงอาคารเขียวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืนในอนาคต ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนในประเทศไทย
กลยุทธ์การลงทุนระยะยาวและการประเมินตลอดวงจรชีวิต
บริษัทฯ ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านต้นทุนระยะสั้นด้วยวิสัยทัศน์การลงทุนระยะยาว โดยนำแนวทางการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิต มาเป็นกรอบหลักในการตัดสินใจ แม้การนำเทคโนโลยีอาคารเขียวและการขอรับรองมาตรฐาน เช่น LEED และ TREES จะทำให้ต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นสูงขึ้น แต่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ยืนยันว่า นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำ และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญตลอดวงจรชีวิตของอาคาร ซึ่งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
แนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของอาคาร
ทั้งในส่วนพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ของผู้เช่า ดังนี้
-
นวัตกรรมการออกแบบ Smart & Green Design
ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยี Building Integrated Photovoltaics (BIPV) ฝังแผงโซลาร์เซลล์เข้ากับโครงสร้างอาคาร รวมถึงส่งเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะยาวผ่านการออกแบบให้มีทิศทางลมธรรมชาติหมุนเวียน ใช้วัสดุสะท้อนความร้อน และใช้ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง
-
การจัดหาวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน
มุ่งมั่นในการเลือกใช้และจัดหาวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าวัสดุอื่น เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน และพิจารณาผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ โดยมีการดำเนินงานภายใต้แนวทาง ดังนี้
-
การใช้วัสดุที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อม
ให้ความสำคัญกับการจัดซื้อวัสดุที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากเขียว Thai Green Label, Green Label Plus หรือ Environmental Product Declaration (EPD) ซึ่งรับรองว่าวัสดุดังกล่าวมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ ผลิตจากกระบวนการที่รับผิดชอบ และส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคาร บริษัทฯ เลือกใช้ คอนกรีตลดคาร์บอน เหล็กรีไซเคิล และวัสดุที่สามารถระบุคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างชัดเจน เพื่อลดปริมาณคาร์บอนแฝงจากกระบวนการก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์รักษ์โลกและคอนกรีตรีไซเคิล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของอาคาร
-
การใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุพื้นถิ่น
ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล วัสดุในประเทศหรือจากภูมิภาคใกล้เคียงเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการขนส่งและการผลิต โดยวัสดุก่อสร้างหลักที่ใช้ในโครงการต้องมีเอกสารรับรองจากผู้ผลิตและระบุความสามารถในการรีไซเคิล เพื่อแสดงถึงการดำเนินงานตามแนวทางการจัดหาวัสดุที่ยั่งยืนของบริษัท
-
การใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ
เพื่อลดปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคารที่เกิดจากวัสดุภายในอาคารที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้อาคาร บริษัทฯ จึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ เช่น สีทาภายใน วัสดุประสาน และวัสดุยาแนว รวมถึงมีเอกสารแสดงข้อมูลความปลอดภัยจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย หรือผลการทดสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง เพื่อตรวจสอบและยืนยันคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของวัสดุอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้รับเหมาในการวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนแฝงจากกระบวนการก่อสร้างอาคารของบริษัทฯ ด้วยวิธีการสากลที่น่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับบริบทตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการเซ็นทรัล กระบี่ – ต้นแบบศูนย์การค้าคาร์บอนต่ำ (Thailand’s First Prototype of a Sustainable Mall)
-
-
การยกระดับความร่วมมือกับผู้เช่าผ่านโครงการ Green Partnership
บริษัทฯ ตระหนักว่าการได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว เช่น LEED หรือ TREES ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เช่า จึงได้กำหนด "คู่มือข้อกำหนดมาตรฐานสาธารณูปโภคอาคารและงานระบบสำหรับร้านค้า" เพื่อเป็นข้อตกลงและเงื่อนไขในการออกแบบตกแต่งร้านค้าให้สอดคล้องกับความยั่งยืน ครอบคลุมมิติต่าง ๆ ดังนี้
-
ประสิทธิภาพพลังงาน
กำหนดให้พื้นที่ผู้เช่าใช้ระบบแสงสว่างที่มีค่ากำลังไฟฟ้าไม่เกิน 11 วัตต์ต่อตารางเมตร บังคับใช้หลอดไฟ LED ฉลากเบอร์ 5 และกำหนดให้ระบบปรับอากาศไม่ใช้สารทำความเย็นที่ทำลายชั้นบรรยากาศ (CFC และ HCFC-22)
-
การประหยัดน้ำ
แนะนำให้ใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำภายในร้านค้า เช่น ก๊อกน้ำอ่างล้างมือต้องมีอัตราการไหลไม่เกิน 1.2 ลิตร/นาที
-
คุณภาพอากาศและวัสดุภายใน
ผู้เช่าต้องออกแบบระบบระบายอากาศตามมาตรฐาน ASHRAE 62.1-2007 และบังคับใช้วัสดุตกแต่งที่มีสารพิษต่ำตามมาตรฐาน SCAQMD รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ต้องไม่มีส่วนผสมของสารยูเรีย-ฟอร์มาดีไฮด์ หรืออยู่ในระดับ E0 เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน
-
เราเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงเกิดจากการลงมือทำร่วมกัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่โครงการ Green Partnership ร่วมกับผู้เช่าและพันธมิตร
การยกระดับอาคารเขียวเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร
บริษัทฯ มองว่าการพัฒนาอาคารเขียวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารจัดการทรัพยากรและประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังผนวกการส่งเสริมสุขภาวะของผู้ใช้อาคารเข้าเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบและการบริหารจัดการอาคารอย่างบูรณาการ
สำหรับอาคารสำนักงาน ซึ่งผู้เช่าและพนักงานใช้ชีวิตอยู่เป็นเวลานานในแต่ละวัน อาคารจึงต้องไม่เป็นเพียงพื้นที่ที่ประหยัดพลังงาน แต่ต้องเป็นระบบนิเวศที่ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร บริษัทฯ จึงบูรณาการประเด็นด้านสุขภาวะเข้าไปในทุกช่วงของวงจรชีวิตอาคาร ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การบริหารจัดการอาคาร ไปจนถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 มิติหลัก ดังนี้
การออกแบบและบริหารจัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคารเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร
- คุณภาพอากาศภายในอาคาร นอกเหนือจากการเลือกใช้วัสดุที่มีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำและวัสดุที่ได้รับการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมดังที่กล่าวข้างต้น ในระหว่างการใช้งานอาคาร มีการรักษาคุณภาพอากาศภายในอาคารผ่านการบริหารจัดการระบบปรับอากาศและระบายอากาศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อควบคุมมลพิษจากภายนอก รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นประจำทุกปี และเพิ่มเติมในช่วงที่มีความเสี่ยงเรื่องมลภาวะทางอากาศในบางอาคาร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้เช่าและผู้ใช้อาคารจะได้รับอากาศที่สะอาดและดีต่อสุขภาพ
- คุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้ มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภคภายในอาคาร เพื่อให้ผู้ใช้อาคารได้รับน้ำที่สะอาดและปลอดภัย พร้อมทั้งกำหนดให้ร้านค้าภายในโครงการจำหน่ายน้ำดื่มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ผู้ใช้อาคารสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและได้มาตรฐานได้อย่างสะดวก
- แสงสว่างและแสงธรรมชาติ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารสำนักงานให้ผู้ใช้อาคารได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ ควบคู่กับระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่เหมาะสมต่อการทำงาน เพื่อส่งเสริมความสบายทางสายตา สุขภาวะ และประสิทธิภาพในการทำงาน ตัวอย่างเช่น อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิสเศส มีพื้นที่กระจกคิดเป็นสัดส่วน 45% ของพื้นที่กรอบอาคาร ประกอบกับการออกแบบให้มีความสูงจากพื้นถึงเพดานที่เพียงพอ เอื้อให้พื้นที่ทำงานได้รับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม และมีระบบควบคุมการหรี่แสง (dimming control) เพื่อปรับระดับแสงสว่างให้เหมาะสมกับการใช้งาน
- สภาวะน่าสบาย นอกเหนือจากการใช้ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงาน การบริหารจัดการระบบปรับอากาศในอาคารสำนักงานยังให้ความสำคัญกับการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ภายในอาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อความสบายของผู้ใช้อาคารตลอดช่วงเวลาทำงาน
- สุขอนามัยและการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสุขอนามัยภายในอาคาร เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้ใช้อาคารและสร้างความมั่นใจในการใช้พื้นที่ร่วมกัน สอดคล้องกับเป้าหมายการนำ WELL Building Standard มาใช้ ตัวอย่างเช่น อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิสเศส และอาคารจีทาวเวอร์ ได้นำแนวทาง WELL Health-Safety Rating มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการอาคาร เพื่อยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยและลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อภายในอาคาร
- โภชนาการและการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพ ผู้เช่า และผู้ใช้อาคารสามารถเข้าถึงทางเลือกด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้อย่างสะดวก ผ่านร้านค้าหลากหลายรูปแบบภายในโครงการ รวมถึงร้านกาแฟและร้านอาหารที่มีเมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยส่งเสริมการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพในระหว่างวันทำงาน
- สนับสนุนวิถีชีวิตที่เน้นการเคลื่อนไหว มีการออกแบบและจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เช่น พื้นที่จอดจักรยานและห้องอาบน้ำสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายก่อนหรือหลังเวลางาน ในอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิสเศส
- ความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้เช่าและผู้ใช้อาคารทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย ระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร เช่น ประตูกั้นทางเข้า (turnstile) ที่ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าหรือบัตร การเฝ้าระวังพื้นที่ ระบบสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงระบบป้องกันอัคคีภัยและแผนอพยพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้อาคาร ทั้งนี้ การเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว ของบริษัทฯ
นอกจากการส่งเสริมสุขภาพกายแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์ของผู้เช่า ผ่านการออกแบบสภาพแวดล้อมและพื้นที่ภายในอาคารที่ช่วยลดความเครียด และสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน
- การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผู้ใช้อาคารสามารถเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผ่านการเข้าถึงแสงธรรมชาติ พื้นที่สีเขียว และองค์ประกอบทางธรรมชาติภายในอาคาร ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อสุขภาวะทางจิตใจและอารมณ์
- พื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง จัดให้มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้เช่าได้พักจากการทำงาน ลดความเครียด และฟื้นฟูความพร้อมระหว่างวัน
- กิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ บริษัทฯ จัดและสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและทางจิตใจให้กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมออกกำลังกายที่ออกแบบสำหรับพนักงานออฟฟิศ กิจกรรมผ่อนคลายหลังเลิกงาน อาทิ การยืดเหยียดและการบำบัดด้วยเสียง รวมถึงบริการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน เช่น การฉีดวัคซีนในราคาพิเศษร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพ เพื่อส่งเสริมวิถีการทำงานที่สมดุล ดีต่อสุขภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยมีการสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมในแต่ละกิจกรรม
นอกจากการส่งเสริมสุขภาพกายและใจแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วม และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนภายในอาคารสำนักงาน เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร
- พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ส่งเสริมการพบปะ บริษัทฯ จัดเตรียมพื้นที่ส่วนกลางที่เอื้อต่อการพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร พร้อมจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเชื่อมโยงทางสังคม พร้อมจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เช่าได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้เช่าได้นำเสนอสินค้าและบริการของตนต่อชุมชนในอาคาร เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเชื่อมโยงทางสังคม
- การมีส่วนร่วมของผู้เช่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เช่าและผู้ใช้อาคารอย่างต่อเนื่อง โดยอาคารสำนักงานของบริษัทฯ มีแอปพลิเคชัน CENTRAL OFFICES ซึ่งเป็นช่องทางแจ้งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรม และสิทธิพิเศษสำหรับผู้เช่า พร้อมอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกอาคารโดยไม่ต้องใช้บัตร และการลงทะเบียนเชิญผู้มาติดต่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับฟังความคิดเห็นของผู้เช่าผ่านการสำรวจความพึงพอใจหลังการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำไปพัฒนากิจกรรมและบริการให้ตอบโจทย์ผู้เช่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความสัมพันธ์กับผู้เช่าของบริษัทฯ
- การออกแบบเพื่อทุกคน พื้นที่ส่วนกลางของอาคารได้รับการออกแบบตามหลักการออกแบบเพื่อทุกคน โดยคำนึงถึงความหลากหลายของผู้ใช้งาน ทั้งด้านอายุ ความสามารถทางกายภาพ ประสาทสัมผัส และความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม
การส่งเสริมสุขภาวะของผู้ใช้อาคารไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำงาน แต่ยังเสริมสร้างความพึงพอใจและความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้เช่า ซึ่งเป็นรากฐานของการรักษามูลค่าของอาคารและการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างบริษัทฯ ผู้เช่า และผู้ใช้อาคารอย่างยั่งยืน



