เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนโดยมี "เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)" เป็นแกนกลาง ภายใต้โครงการ Journey to Zero โดยมุ่งมั่นผลักดันเป้าหมายการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่บูรณาการอยู่ในแผนการเปลี่ยนผ่านองค์กร สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593

ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 อัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ (Diversion rate) ของปริมาณขยะทั้งหมด
เป้าหมาย

เป้าหมายระยะสั้น ปี 2568

เป้าหมายระยะกลาง ปี 2577

เป้าหมายระยะยาว ปี 2593

อัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ (Diversion rate) ของปริมาณขยะทั้งหมด

การกำกับดูแล

บริษัทฯ ขับเคลื่อนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมจากระดับคณะกรรมการบริษัท สู่การปฏิบัติจริงแบบข้ามสายงาน โดยได้แต่งตั้ง คณะทำงาน Journey to Zero ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารจากสำนักงานใหญ่และตัวแทนจากทุกสาขา ทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ มาตรการคัดแยกขยะ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยคณะทำงานฯ จะรายงานผลตรงต่อ คณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ คณะกรรมการ CSV (Creating Shared Value) เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการขยะสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 และเป้าหมายทางธุรกิจขององค์กร

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การบริหารจัดการขยะอย่างรับผิดชอบ จัดเป็นประเด็นสาระสำคัญที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์บริษัทฯต้องรับมือกับขยะจำนวนมหาศาลมากที่เกิดจากการดำเนินงานในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นขยะจากร้านค้าผู้เช่าลูกค้าที่มาใช้บริการรวมไปถึงรวมถึงการจัดการขยะในช่วงการก่อสร้างโครงการซึ่งการจัดการขยะเหล่านี้มีความซับซ้อนไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานแต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนแม้ว่าแนวคิดเรื่องการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจะเป็นที่รับรู้กันในวงกว้างแต่การลงมือทำให้เกิดผลจริงยังต้องอาศัยการสนับสนุนและแรงกระตุ้นที่เหมาะสมจากทุกภาคส่วน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน ทั้งในด้านกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น และต้นทุนการกำจัดขยะที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความเสี่ยงในการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบหากขาดการจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลขยะ ยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การมีระบบเก็บรวบรวมข้อมูลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถประเมินความเสี่ยง กำหนดเป้าหมาย และวัดผลลัพธ์ของมาตรการลดขยะได้อย่างแม่นยำตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลระดับสากล

ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ บริษัทฯ มองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นขีดความสามารถทางการแข่งขัน การคัดแยกและนำขยะกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยหลีกเลี่ยงและลดต้นทุนการดำเนินงาน (Avoided Costs) แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ควบคู่กัน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมแห่งความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่ทั้งภายในองค์กร แต่และครอบคลุมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และผู้บริโภค ด้วยการพัฒนาโครงการและกิจกรรมที่ช่วยให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการลดขยะได้ง่ายขึ้น ซึ่งการผนึกกำลังผู้มีส่วนได้เสียนี้ จะสร้างผลกระทบเชิงบวกในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การสร้างพันธมิตรระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนยังเป็นอีกหนึ่งแรง

ขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัทฯ ตระหนักถึงความท้าทายในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณขยะกับผลกระทบทางการเงิน ทั้งในมุมมองของร้านค้าที่มองว่าการเพิ่มขึ้นของขยะ แปรผันตรงกับจำนวนผู้มาใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับมุมมองของฝั่งฝ่ายดำเนินการกำจัด เพราะปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นแปรผันตรงกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกำจัดขยะและค่าใช้จ่ายด้านกฎระเบียบ บริษัทฯ จึงเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าร่วม ผ่านแนวคิด "Waste-to-Value" และการหลีกเลี่ยงต้นทุน โดยวางกลยุทธ์ตามห่วงโซ่คุณค่า ดังนี้

ต้นน้ำ – การบริหารจัดการขยะก่อสร้าง

เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะในพื้นที่ก่อสร้างให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานตาม "คู่มือการจัดการขยะก่อสร้าง" โดยวางระบบตั้งแต่การคัดแยกต้นทาง ไปจนถึงการจัดการปลายทาง พร้อมผสานกลไกแรงจูงใจทางการเงินและการสร้างคุณค่าร่วมทางสังคม เพื่อให้ผู้รับเหมามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการ 3 ขั้นตอน ดังนี้

การจำแนกและคัดแยกขยะต้นทาง

บริษัทฯ กำหนดการจัดการขยะเป็นเงื่อนไขในขอบเขตการจ้างงาน (TOR) โดยครอบคลุมถึงการจัดการ (1) ขยะจากการรื้อถอน (2) ขยะจากเศษวัสดุก่อสร้าง (3) ขยะจากแรงงานในที่พักแคมป์คนงาน และ (4) ขยะมูลฝอยทั่วไป โดยกำหนดให้ผู้รับเหมาจัดตั้งถังคัดแยกขยะ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป พร้อมสื่อประชาสัมพันธ์สอนเรื่องการคัดแยกขยะให้กับให้แก่คนงาน และรายงานผลการจัดการเป็นรายเดือน กำหนดโดยบังคับใช้ในโครงการก่อสร้างศูนย์การค้าใหม่ และโครงการปรับปรุง ซึ่งครอบคลุมกว่าร้อยละ 50 ของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ทั้งหมดของบริษัทฯ ให้และกำหนดให้ผู้รับเหมาในทุกพื้นที่โครงการ ปฏิบัติตาม

กระบวนการจัดการปลายทางและการหมุนเวียนทรัพยากร

ขยะที่ผ่านการคัดแยก จะถูกนำไปบริหารจัดการเพื่อดึงมูลค่ากลับคืนมาให้ได้มากที่สุด แบ่งเป็น 4 แนวทาง ได้แก่ การขาย การบริจาค การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล และ การแปรรูป/หมุนเวียนทรัพยากรข้ามโครงการ ซึ่งบริษัทฯ มีผลงานเชิงประจักษ์ดังนี้

  1. การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse)

    • งานโครงสร้างและสถาปัตยกรรม เช่น การนำโครงเหล็กหลังคาลานจอดที่รื้อถอนไปดัดแปลงเป็นโครง Solar Carport ในอาคารจอดรถ และนำวัสดุเดิมสภาพดี (กระเบื้อง เสา ผนัง พื้น) มาตกแต่งเพื่อใช้ซ้ำ
    • อุปกรณ์ชั่วคราว เช่น การหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ 40 ตู้เพื่อทำสำนักงาน/บ้านพักคนงาน และการนำผนังกั้นชั่วคราว (Hoarding) แผ่นหลังคา Metal Sheet รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้ากลับมาใช้ข้ามโครงการ
    • งานดิน เช่น ขนย้ายดินจากการขุดช่วงก่อสร้าง ไปถมปรับระดับในพื้นที่โครงการอื่นภายในเครือฯ
  2. การนำไปรีไซเคิล (Recycle)

    • ขยะจากเศษวัสดุก่อสร้าง ภายใต้เครือข่าย CECI ได้ร่วมคัดแยกแผ่นยิปซัมเพื่อผลิตแผ่นใหม่ และที่สำคัญคือ การแปลงหัวเสาเข็มเป็นวัสดุรีไซเคิลคอนกรีต (RCA) เพื่อใช้ทดแทนหินคลุกในการปูถนนชั่วคราว ดำเนินการมาแล้วร่วม 10,000 ตัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
    • ขยะอินทรีย์จากแรงงาน ส่งเสริมการหมุนเวียนขยะแบบพึ่งพาตนเองในแคมป์คนงาน โดยนำเศษอาหารและเศษผักผลไม้มาทำน้ำหมักชีวภาพ (EM) เพื่อบำบัดน้ำเสียในไซต์งาน นำไปหมักเป็นปุ๋ย และเลี้ยงไส้เดือนดิน โดยปุ๋ยที่ได้จะถูกนำไปใช้ในแปลงผักสวนครัวเพื่อเป็นสวัสดิการอาหารให้แก่คนงาน ส่วนผลผลิตที่เกินความจำเป็นจะถูกนำไปจำหน่าย เพื่อนำรายได้กลับมาหมุนเวียนซื้ออาหารและเครื่องเขียนสนับสนุนเด็กในชุมชนละแวกใกล้เคียง
  3. การนำกลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ (Upcycle & Social Value)

    • การแปลงวัสดุเหลือใช้เป็นสาธารณประโยชน์ โดยบริหารจัดการให้ผู้รับเหมานำเศษคอนกรีตที่เหลือจากการทำงานในแต่ละวัน มาเทขึ้นรูปเป็นแผ่นคอนกรีตปูพื้น เพื่อใช้ปรับปรุงทัศนียภาพในแคมป์คนงาน ตลอดจนนำไปถวายวัดและบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่ชุมชน
    • การตกแต่งโครงการ โดยจัดซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่แปรรูปจากขยะ มาตกแต่งในห้องตัวอย่าง คลับเฮาส์ และใช้เป็นที่นั่งในพื้นที่ส่วนกลาง
    • การสร้างแรงจูงใจด้วยวิถีชุมชน โดยนำเศษอาหารเหลือทิ้งไปเป็นอาหารสัตว์ (เลี้ยงเป็ดไข่) และนำผลผลิตไข่เป็ดที่ได้มาใช้เป็นรางวัล ให้คนงานนำขยะรีไซเคิลมาแลกเปลี่ยน ซึ่งช่วยลดขยะฝังกลบพร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน
กลไกแรงจูงใจทางการเงิน

เพื่อขับเคลื่อนการคัดแยกขยะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบ บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้ รายได้และค่าใช้จ่ายจากการจัดการขยะทั้งหมด ถือเป็นสิทธิและผลประโยชน์ของผู้รับเหมา กลไกนี้สร้างแรงจูงใจเชิงบวก กระตุ้นให้ผู้รับเหมาเกิดมีความกระตือรือร้นเชิงรุก ในการนำขยะไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการขาย/หรือแปรรูป และหมุนเวียนเป็นสวัสดิการแทนการทิ้งรวมซึ่งมีต้นทุนค่ากำจัดที่สูงกว่า

กลางน้ำ - การบริหารจัดการขยะจากการดำเนินงานและภายในองค์กร

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ โดยเริ่มต้นจากการสร้างวัฒนธรรมภายในองค์กรที่แข็งแกร่ง และขยายผลสู่การบริหารจัดการพื้นที่ศูนย์การค้าอย่างเป็นระบบ ผ่านกลไกดังต่อไปนี้

โครงสร้างการบริหารจัดการและมาตรฐานระดับสากล
  • คณะทำงาน Journey to Zero บริษัทฯ จัดตั้งทีมงานข้ามสายงาน ประกอบด้วยสมาชิกจากสำนักงานใหญ่และตัวแทนจากทุกสาขา เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมาย แลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุด และนำเสนอผลลัพธ์ต่อคณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
  • มาตรฐาน ISO 14001 บริษัทฯ ยกระดับกระบวนการคัดแยกและกำจัดขยะ โดยดำเนินการขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ให้ครอบคลุมพื้นที่ศูนย์การค้าทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดการขยะได้มาตรฐานสากลและตรวจสอบได้
การบริหารจัดการขยะภายในองค์กร

บริษัทฯ ปลูกฝัง DNA รักษ์โลกให้แก่พนักงาน ผ่านการจัดการขยะ 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ขยะจากการดำเนินงาน เช่น งานซ่อมแซม รื้อถอน กิจกรรมทางการตลาด อุปกรณ์สำนักงาน และขยะมูลฝอยจากการอุปโภคบริโภคของพนักงาน โดยใช้หลัก 3Rs ผ่านกลยุทธ์การจัดการขยะ ดังนี้

  • นโยบายยกเลิกถังขยะประจำโต๊ะ (No-desk-bin Policy) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงานโดยจัดตั้งถังขยะส่วนกลางที่แยกประเภทอย่างละเอียดถึง 9 ประเภท ได้แก่ ขยะเศษอาหาร ขยะน้ำ ขยะรีไซเคิลประเภทขวดพลาสติก ขยะรีไซเคิลประเภทกระดาษ กระดาษลัง ขยะรีไซเคิลประเภทขวด กระป๋องอลูมิเนียมและขวดแก้ว ขยะอันตราย ขยะเล็กทรอนิกส์อิเล็กทรอนิกส์ ขยะเชื้อเพลิง RDF และขยะทั่วไป เพื่อลดการปนเปื้อนตั้งแต่ต้นทาง
  • กระบวนการจัดการปลายทาง โดยขยะทั้งหมดจะถูกคัดแยกเพื่อนำไปทำประโยชน์ ได้แก่ ส่งขาย บริจาค แปรรูป และเหลือทิ้งสู่หลุมฝังกลบให้น้อยที่สุด
  • การสร้างวัฒนธรรมและแรงจูงใจ ผ่านการจัดอบรม E-learning และ Workshop อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดแคมเปญ One Recycling Drop a Month ทุกวันพุธ-พฤหัส พฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน เพื่อจูงใจให้พนักงานคัดแยกขยะจากบ้านมาแลกคะแนน The 1 และจัดการประกวดแข่งขันระหว่างสาขา
การรับรองผลสัมฤทธิ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก

ความมุ่งมั่นในการจัดการขยะส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับการรับรองจากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme หรือ LESS) โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินและรับรองปริมาณคาร์บอนที่ลดได้จาก 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การคัดแยกขยะรีไซเคิล การผลิตปุ๋ยหมักและอาหารสัตว์จากขยะอินทรีย์ การนำขยะอินทรีย์ประเภทเศษอาหารไปใช้เป็นอาหารสัตว์ และการคัดแยกกล่อง UHT

ปลายน้ำ - การสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า พันธมิตร และชุมชน

การลดขยะในระดับชาติจำเป็นต้องอาศัยพลังจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บริษัทฯ จึงเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์กลางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านโครงการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ดังนี้

นวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลูกค้า
  • จุดคัดแยกขยะ 3 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย รวมไปถึงรวมถึงการตั้งถังคัดแยกเฉพาะขวดน้ำพลาสติกใส หรือขวด PET เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับพลาสติกที่ใช้แล้ว หรือ Post-Consumer Recycled (PCR) กลับเข้าสู่กระบวนการผลิต ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • จุดรับขยะรีไซเคิล ไซเคิล ได้แก่ ติดตั้งเครื่อง Refund Machine รับขวด PET อัตโนมัติเพื่อแลกแต้ม The 1 และจัดตั้ง กล่องทิ้งดี ในศูนย์การค้าเพื่อเป็นจุดรับพลาสติกสะอาดและกระดาษลัง
  • Recycle Station โดยผสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพ Recycle Day เปิดจุดรับขยะแยกประเภทแบบถาวรแบบ และจัดกิจกรรม Roadshow
  • แคมเปญการตลาดสีเขียว โดยจัดกิจกรรมทางการตลาดเป็นครั้งคราว เชื่อมโยงระบบสะสมแต้ม The 1 และแอปพลิเคชั่นแอปพลิเคชัน Central X เพื่อมอบของสมนาคุณและคูปองส่วนลด สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าคัดแยกขยะอย่างยั่งยืน

ติดตั้งสถานีคัดแยกขยะรีไซเคิล (Recycle Stations) ภายในศูนย์การค้า

การผนึกกำลังภาครัฐและเครือข่ายความยั่งยืน
  • ยกระดับการจัดการขยะอินทรีย์และของเสียอันตราย โดยร่วมกับ กทม. ในโครงการ "ไม่เทรวม" เพื่อขยายผลการคัดแยกขยะอาหารในศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน และร่วมกับกรมควบคุมมลพิษเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นจุดรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน
  • ลดการใช้พลาสติก โดยร่วมกับเครือข่าย PPP Plastic จัดตั้งโครงการ "ถังวนถุง by มือวิเศษ" รับขยะพลาสติกยืด และร่วมโครงการ "Bottle Free Seas" รณรงค์ใช้กระบอกน้ำส่วนตัวเพื่อลดขยะขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • สร้างคุณค่าคืนสู่สังคม โดยเข้าร่วมโครงการ "Green Shelter เก็บกล่องสร้างบ้าน" ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และเต็ดตรา แพ้ค นำกล่อง UHT ที่ทำความสะอาดแล้วไปรีไซเคิลเป็นวัสดุก่อสร้าง มอบให้ผู้ประสบภัย

Green Partnership เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์

การขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร

บริษัทฯ ร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อรับคืนขยะเฉพาะประเภทและนำเข้าสู่กระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างถูกวิธี อาทิ

  • ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ร่วมกับ AIS ตั้งถังคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปกำจัดและรีไซเคิลอย่างปลอดภัย
  • เสื้อผ้าและสิ่งทอ ร่วมกับ Sabina ภายใต้แคมเปญ “โละแล้วไปไหน” โดยตั้งกล่องรับบริจาคชุดชั้นในเก่าเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด
  • บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ร่วมกับ Nestle ในโครงการ “คืนชีวิตให้ขวดพลาสติก” โดยรณรงค์คัดแยกขวดน้ำดื่มในบริเวณศูนย์อาหาร (Food Park)
การบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ เริ่มพิจารณาประเด็นด้านการจัดการขยะและของเสียเพื่อบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร เพื่อเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญดังนี้

  • การเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ โดยติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานภายในศูนย์การค้าและโครงการก่อสร้างให้สอดคล้องและทันต่อสถานการณ์
  • การกำกับดูแลความถูกต้องของข้อมูล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลปริมาณขยะอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของมาตรการลดขยะ และสร้างความโปร่งใสในการรายงานผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
  • การบริหารจัดการผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียและสุขอนามัย โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยในพื้นที่และชุมชนรอบข้าง โดยมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพในกระบวนการคัดแยกและการขนถ่ายขยะให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและสภาพแวดล้อมที่ดีแก่ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรในทุกพื้นที่โครงการ
  • การประเมินโอกาสทางธุรกิจจากการจัดการทรัพยากร ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ทำการประเมินโอกาสทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน โดยเปลี่ยนข้อจำกัดด้านปริมาณขยะให้เป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Waste-to-Value) ผ่านการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่ส่งเสริมความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ผู้ถือหุ้น
ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ