ห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ

เพื่อให้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์และมิกซ์ยูส (Mixed-use Development) เติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้บูรณาการหลักการบริหารจัดการผลกระทบเชิงบวกและลบ เข้าสู่กระบวนการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1

ห่วงโซ่อุปทานต้นน้ำ

เป้าประสงค์:

ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างอย่างรับผิดชอบ และยกระดับศักยภาพคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นทาง

กระบวนการดำเนินงาน
การจัดซื้อจัดจ้างและการก่อสร้าง

ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานผ่านนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) โดยเน้นการใช้วัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Materials) และการบริหารจัดการขยะจากการก่อสร้าง (Construction Waste) ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของผู้รับเหมาอย่างเคร่งครัด

2

การดำเนินงานหลักขององค์กร

เป้าประสงค์:

พัฒนาและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน

กระบวนการดำเนินงาน
การจัดหาที่ดินและการลงทุน

บริษัทฯ สำรวจพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้ในการลงทุนโดยพิจารณา ที่ดินที่มีทำเลดีมีศักยภาพในการพัฒนา คำนึงถึงความต้องการ ของลูกค้าในพื้นที่ ความรุนแรงด้านการแข่งขันทางธุรกิจ การขยายความเจริญของชุมชนเมือง รวมไปถึงการศึกษาความเหมาะสมของทำเลเชิงยุทธศาสตร์ โดยผนวกการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อกำหนดด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อระบบนิเวศเดิมไม่ตัดไม้ทำลายป่า รักษา คุณภาพของแหล่งน้ำ รักษาพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตให้คงอยู่ใน ระบบนิเวศร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ การจัดซื้อที่ดินมีทั้งจากการ ซื้อโดยตรงและผ่านนายหน้าค้าที่ดิน มีการเปรียบเทียบราคาซื้อ กับราคาประเมินและราคาตลาดทุกครั้งก่อนการเข้าซื้อที่ดินเพื่อ ให้ได้ราคาที่เหมาะสม รวมถึงสำรวจกฎเกณฑ์ทางด้านกฎหมาย และข้อจำกัดในการก่อสร้าง

การออกแบบและพัฒนาโครงการ

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการแนวคิดหลักสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอาคารเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Building) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน และการมีส่วนร่วมในการใช้พื้นที่สาธารณะ

ในกระบวนการออกแบบ บริษัทฯ ได้นำเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและระดับประเทศมาประยุกต์ใช้ ได้แก่ เกณฑ์ความเป็นผู้นำด้านการออกแบบที่อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม (Leadership in Energy and Environmental Design: LEED), เกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย (Thai's Rating of Energy and Environmental Sustainability: TREES), และเกณฑ์ความเป็นเลิศในการออกแบบเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น (Excellence in Design for Greater Efficiencies: EDGE)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการศึกษาความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติในเชิงลึก อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้ำฝน ณ คาบอุบัติซ้ำ 100 ปี และการจำลองสถานการณ์ภัยแล้ง เพื่อนำมาออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบป้องกันน้ำท่วม (Flood Barrier) ให้มีประสิทธิภาพพร้อมรับมือกับสภาวะอากาศที่ผันผวน พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป

ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงการประเมินผลกระทบต่อสังคม (SIA) และสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเดิมผ่านกระบวนการล้อมย้ายต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธี เพื่อรักษาพื้นที่สีเขียวให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

ในเชิงสถาปัตยกรรม บริษัทฯ นำบริบททางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์รูปทรงอาคารที่โดดเด่นและกลมกลืนกับพื้นที่ ควบคู่กับการสนับสนุนการใช้วัสดุท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และพัฒนาให้เกิดประโยชน์ทั้งเชิงพานิชย์และเชิงสังคมให้เกิดประโยชน์และคุณค่าร่วมกันกับชุมชน

การบริหารจัดการศูนย์การค้าและอาคาร

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับการบริการและการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรและ ระบบนิเวศทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานในมิติต่างๆ ดังนี้

  • การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ โดยนำระบบจัดการข้อมูลองค์กร (SAP) และปัญญาประดิษฐ์ (AI Chiller Plant) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานและน้ำ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ควบคู่กับการยกระดับการจัดการขยะตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านจุดคัดแยกขยะ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill
  • การส่งมอบประสบการณ์และความปลอดภัยของข้อมูล โดยยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย การดูแลความสะอาด และการอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมทั้งนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการฐานข้อมูลลูกค้า โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • การดำเนินงานตามมาตรฐานสากล อาคารเขียวและอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดี โดยยึดมั่นในการปฏิบัติตามมาตรฐานอาคารด้านความยั่งยืน โดยดำเนินการและขอรับรองตามมาตรฐานระดับสากล อาทิ มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) มาตรฐานการจัดการก๊าซเรือนกระจก (ISO 14064-1) และมาตรฐานระบบการจัดการด้านพลังงาน (ISO 50001) มาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดี
3

ห่วงโซ่คุณค่าปลายน้ำ

เป้าประสงค์:

ส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ผู้บริโภค พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกับพันธมิตรผู้เช่าและชุมชนท้องถิ่น

กระบวนการดำเนินงาน
การให้บริการและการตลาด

บริษัทฯ บริหารจัดการการให้บริการและการตลาดแบบครบวงจร เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในรูปแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use) ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โครงการที่อยู่อาศัย และโรงแรม โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

  • การจำหน่ายและการบริหารพื้นที่

    บริษัทฯ ดำเนินการจำหน่ายและปล่อยเช่าพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ผ่านช่องทางที่หลากหลาย โดยใช้วิธีการขายตรงผ่านสำนักงานขายของบริษัทฯ และในบางกรณีที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะมีการแต่งตั้งตัวแทนขายหรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ สำหรับศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน มุ่งเน้นการนำเสนอพื้นที่โดยตรงไปยังกลุ่มลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ โดยให้ความสำคัญกับการจัดสรรส่วนผสมของร้านค้า (Merchandising Mix) ในศูนย์การค้าให้มีความหลากหลาย ควบคู่ไปกับการจัดสรรพื้นที่ในอาคารสำนักงานที่ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานยุคใหม่และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคาร สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยและโรงแรม มีการขยายช่องทางการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Channels) และศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองที่พักและให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้าที่สนใจอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

  • การตลาด นวัตกรรมข้อมูล และการสร้างคุณค่าร่วม

    บริษัทฯ นำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ผ่านแพลตฟอร์ม The 1 App ของพันธมิตร และแพตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเอง มาใช้เพื่อเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าข้ามกลุ่มธุรกิจ (Cross-business) ทำให้สามารถส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับแบบเจาะจงบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งในศูนย์การค้า การใช้ชีวิตวัยทำงานในอาคารสำนักงาน การพักอาศัยในโครงการบ้าน หรือการพักผ่อนในโรงแรม ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกโครงการนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และยกระดับสินค้าชุมชน พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรผู้เช่าผ่านแนวทางสัญญาเช่าสีเขียว (Green Lease) ซึ่งครอบคลุมทั้งร้านค้าในศูนย์การค้าและบริษัทผู้เช่าในอาคารสำนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ยึดมั่นในการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และไม่โฆษณาเกินจริงผ่านทุกช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้า (Customer Relationship Management: CRM)

    บริษัทฯ มีหน่วยงานบริการลูกค้าส่วนกลางและทีมนิติบุคคลที่เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบลูกค้าในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าผู้เช่าและผู้ใช้บริการในศูนย์การค้า บริษัทผู้เช่าและพนักงานองค์กรในอาคารสำนักงาน ผู้พักอาศัยในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม ไปจนถึงแขกผู้เข้าพักในโรงแรม โดยจัดให้มีการสำรวจความพึงพอใจและเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลเหล่านี้นำมาใช้เพื่อพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์เพื่อสร้างความผูกพันและส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

4

กิจกรรมสนับสนุนการดำเนินงาน

เป้าประสงค์:

เพื่อเป็นกลไกพื้นฐานและระบบนิเวศ (Enabler) ที่ช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมหลักในห่วงโซ่คุณค่าสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืน

กระบวนการดำเนินงาน
การบริหารทรัพยากรบุคคล

การสรรหา พัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) และดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยของพนักงาน (OHS) ควบคู่กับการส่งเสริมความหลากหลายและเท่าเทียม (DEI) เพื่อให้บุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร

การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการ

การบูรณาการความเสี่ยงด้าน ESG (เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎหมาย และไซเบอร์) เข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงองค์กร ควบคู่กับการควบคุมภายใน การบัญชี และการตรวจสอบที่โปร่งใส

การพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระบบการจัดการข้อมูลองค์กร (SAP) และโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) อย่างเต็มรูปแบบ

การบูรณาการห่วงโซ่คุณค่าและทุนทั้ง 6 ด้าน

บริษัทฯ บริหารจัดการทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่าตามหลักการบูรณาการทุน 6 ด้าน ควบคู่กับได้นำกรอบการรายงานแบบบูรณาการ (Integrated Reporting Framework) มาปรับใช้ในการรายงาน เพื่อสะท้อนถึงความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนปัจจัยนำเข้า (Inputs) ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐาน ไปสู่ผลผลิต (Outputs) และผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว (Impacts) ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านการเงิน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่ยั่งยืน โดยผลการวิเคราะห์การสร้างคุณค่าตามหลักทุน 6 ด้านของบริษัทฯ

ตารางสรุปภาพรวมการสร้างคุณค่าขององค์กรในปี 2568

ทุนหลัก
(The 6 Capitals)
ปัจจัยนำเข้า (Inputs)
ทรัพยากรตั้งต้น
ผลผลิตและผลลัพธ์
(Outputs & Outcomes)
ผลดำเนินงานเชิงประจักษ์ (เทียบปีก่อน)
ผลกระทบด้านความยั่งยืน (Impacts)
มูลค่าที่ส่งมอบในระยะยาว
1. ทุนทางการเงิน
  • บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 0.45 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การเงินเพื่อความยั่งยืน: หุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Green/Sustainability Debenture) รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 20,000 ล้านบาท

ต่อบริษัทฯ

  • รายได้ทั้งหมด (รวมรายได้จากการลงทุน) : 54,579 ล้านบาท ( 2%)
  • กำไรสุทธิ: 18,841 ล้านบาท ( 13%)
  • ประหยัดต้นทุนจากพลังงาน: 27.5 ล้านบาทต่อปี

ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • ปันผลจ่ายให้ผู้ถือหุ้น: 10,771 ล้านบาท (2.40 บาท ต่อหุ้น)
  • ชำระภาษีเงินได้ให้ภาครัฐ: 4,385 ล้านบาท ( 19%)

ผลกระทบต่อมูลค่าองค์กร

  • ประหยัดต้นทุนทางการเงิน 40 ล้านบาทต่อปี
  • สร้างมูลค่าเพิ่มจากความเขื่อมั่นของนักลงทุน
2. ทุนที่มนุษย์สร้างขึ้น
  • สินทรัพย์หลักและพื้นที่ให้บริการ แบ่งเป็นศูนย์การค้าจำนวน 44 โครงการ (อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 18 โครงการ ต่างจังหวัด 24 โครงการ ต่างประเทศ 1 โครงการ และโครงการเมกา บางนา) ศูนย์การค้าขนาดเล็กหรือคอมมูนิตี้มอลล์ 16 โครงการ 11 อาคารสำนักงาน 11 โรงแรม และโครงการที่พักอาศัย 51 แห่ง
  • โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ได้แก่ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวม 36 เมกะวัตต์ ในศูนย์การค้า 31 แห่ง (คิดเป็นร้อยละ 70 ของโครงการศูนย์การค้าทั้งหมด), จุดคัดแยกขยะ Recycle Station จำนวน 12 แห่ง ครอบคลุม 12 สาขาทั่วประเทศ และเปิดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV จำนวน 545 ช่องจอด

ต่อบริษัทฯ

  • อัตราการเช่ารวมเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ ร้อยละ 90 ลดลงจากปี 2024 ร้อยละ 1 ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปรับปรุงศูนย์การค้า
  • พื้นที่ให้เช่าสุทธิ (GLA) 2.3 ล้านตารางเมตร ( 2%)

ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • ปริมาณผู้มาใช้บริการ 510 ล้านครั้งต่อปี
  • พื้นที่สีเขียวในศูนย์การค้า และสวนสาธารณะ 3 แห่งใกล้โครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล พาร์ค ณ เซ็นทรัล พระราม 2 สวนสาธารณะโคราชริเวอร์ วอล์ค ณ เซ็นทรัล โคราช สวนปทุมวนานุรักษ์ ณ เซ็นทรัลเวิลด์
  • พื้นที่ออกกำลังกาย Sky run ในศูนย์การค้า 4 โครงการ
  • Playground สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง และในร่ม (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) จำนวน 36 จุด ใน ศูนย์การค้า 27 โครงการ

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างผลกระทบทวีคูณทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Economic Multiplier) ผ่านการพัฒนาพื้นที่มิกซ์ยูสให้เป็น ศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life)

ผลกระทบต่อมูลค่าองค์กร

  • การสร้างมูลค่าสินทรัพย์ส่วนเพิ่มและป้องกันการด้อยค่าจากอาคารเขียว (อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่า)
3. ทุนทางปัญญา
  • ระบบนิเวศเทคโนโลยีและข้อมูล (Tech & Data Ecosystem) ได้แก่ ฐานข้อมูล The 1 App (สมาชิก 23 ล้านราย), แอปพลิเคชั่น Serve, Central Offices, Central X, The 1 Biz และระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (SAP ERP) เพื่อบูรณาการข้อมูลทั่วทั้งองค์กร
  • มาตรฐานสากลและองค์ความรู้ (Standards & Know-how) โดยการประยุกต์ใช้มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISO/IEC 27001) ระบบบริหาร AI Chiller Plant และองค์ความรู้เพื่อขอการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (Green Building Certifications เช่น LEED, TREES, EDGE)
  • ระบบบริหารจัดการ ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO 27001 และ ระบบควบคุมพลังงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Chiller Plant Optimization)

ต่อบริษัทฯ

  • ความรวดเร็วและแม่นยำในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและการดำเนินงาน จากระบบ SAP ช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดและจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์
  • การใช้ Data Analytics จาก The 1 Biz และCentral X ช่วยเพิ่ม Conversion Rate หรือสร้างรายได้ส่วนเพิ่มจากการทำ Personalized Marketing ได้
  • แอปพลิเคชั่น Serve ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการบริหารจัดการ
  • ไม่มีกรณีข้อมูลรั่วไหลหรือถูกปรับทางกฎหมาย (Zero Non-compliance)
  • ได้รับการรับรองอาคารเขียวเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 7.2 ของพื้นที่อาคารทั้งหมด

ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • คะแนนความผูกพันของลูกค้า หรือ NPS Score เท่ากับร้อยละ 63 (จากปี 2567 ที่ร้อยละ 51) สะท้อนถึงความไว้วางใจและประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการศูนย์การค้าและแอปพลิเคชัน

ผลกระทบต่อมูลค่าองค์กร

  • หลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางการเงินจากโทษปรับทางปกครองสูงสุด 5 ล้านบาทต่อเหตุการณ์ (อ้างอิง พรบ. PDPA) รวมถึงป้องกันมูลค่าความเสียหายทางแพ่งและผลกระทบต่อชื่อเสียง อาจเกิดขึ้นในกรณีที่มีการละเมิดข้อมูลของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย
  • สามารถเพิ่มความถี่ในการเข้าใช้บริการศูนย์การค้าได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าความผูกพันตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า หรือ CLV (Customer Lifetime Value) ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • รักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนาจการต่อรองราคาค่าเช่า จากพอร์ตโฟลิโออาคารเขียว
4. ทุนมนุษย์
  • บริษัทฯ มีพนักงานจำนวนรวม 5,989 คน โดยจัดสรรงบประมาณกว่า 5,633 ล้านบาทเพื่อใช้ในการดูแลและพัฒนาศักยภาพบุคลากร
  • ขับเคลื่อนการ Reskill/Upskill การสร้างผู้นำ ควบคู่กับนโยบายความหลากหลาย (DEI) และความปลอดภัย (OHS)

ต่อบริษัทฯ

  • ผลผลิตต่อพนักงาน เท่ากับ 5.41 เท่า ( 6.9%)
  • อัตราการลาออกโดยสมัครใจเท่ากับร้อยละ 12.6 (ดีขึ้น 6.1%)
  • ดัชนีความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Index)เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 83 เป็น ร้อยละ 88

ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • ชั่วโมงอบรมเฉลี่ย 29 ชม./คน/ปี ( 45%)
  • สถิติอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงาน (LTI) เป็นศูนย์
  • อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน (Injury Rate) ของพนักงานและผู้รับเหมา อยู่ที่ระดับเพียง 0.31 กรณีต่อล้านชั่วโมงการทำงาน (ดีขึ้นจากปีก่อน 24%)
  • อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน ของผู้รับเหมา อยู่ที่ 0.28 กรณีต่อล้านชั่วโมงการทำงาน

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม

  • การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพบุคลากรในอุตสาหกรรมค้าปลีก-อสังหาริมทรัพย์ และการสร้างความมั่นคงทางรายได้ผ่านการจ้างงานคุณภาพ

ผลกระทบต่อมูลค่าองค์กร

  • เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในฐานะ "องค์กรที่น่าทำงานด้วย (Employer of Choice) ซึ่งช่วยดึงดูดคนเก่ง เข้าสู่องค์กร
  • ประหยัดต้นทุนในการสรรหาบุคลากรใหม่ (Recruitment Cost Avoided) และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการหยุดชะงักของงาน (Lost Time Avoided) จากสถิติความปลอดภัยที่ดีขึ้น
5. ทุนทางสังคม
  • สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่น และพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่ รวมกว่า 5,883 ราย
  • ความร่วมมือทางธุรกิจ กับเครือข่ายพันธมิตรผู้เช่า และผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่นๆ กว่า 657 หน่วยงาน/องค์กร
  • สนับสนุนงบประมาณในรูปตัวเงิน และไม่ใช่ตัวเงินในการพัฒนาชุมชน กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และบริจาค รวมมูลค่า 617.4 ล้านบาท

ต่อบริษัทฯ

  • อัตราการต่อสัญญาของผู้เช่า เป็นไปตามเป้าหมาย

ต่อผู้มีส่วนได้เสีย

  • สร้างงานและอาชีพให้ชุมชน มากกว่า 3 แสนคน
  • สนับสนุนพื้นที่ขายสินค้าให้ SMEs/เกษตรกร กว่า 17.1 ล้านตรม.-วัน

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม

  • สร้างระบบนิเวศธุรกิจที่เติบโตร่วมกันกับผู้เช่า และชุมชน
  • กระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน 3,650 ล้านบาท

ผลกระทบต่อมูลค่าองค์กร

  • สร้างเสถียรภาพของรายได้ค่าเช่า (Rental Income Stability) จากความแข็งแกร่งของเครือข่ายพันธมิตรผู้เช่าและการรักษาอัตราการต่อสัญญา
  • โอกาสในการได้มาซึ่งผู้เช่ารายใหม่ หรือลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
6. ทุนทางธรรมชาติ
  • บริษัทฯ ใช้ทรัพยากรไฟฟ้า น้ำ และก๊าซในการดำเนินธุรกิจคิดเป็นมูลค่า 4,842 ล้านบาท
  • ลงทุนในการติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากหลังคา, มาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้า และวัสดุคาร์บอนต่ำ เป็นมูลค่า 600 ล้านบาท

ต่อบริษัทฯ

  • ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตร (ขอบเขต 1,2 และ 3) เท่ากับ 133.4 tCO2e/ตร.ม. (ดีขึ้น 8.1%)

ต่อสิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 65,501 tCO2e (ลดได้มากขึ้น 7.7%)
  • อัตรานำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ (Diversion Rate) อยู่ที่ร้อยละ 31 (ดีขึ้น 38%)

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษในห่วงโซ่คุณค่า

ผลการดำเนินงานของเซ็นทรัลพัฒนาในปี 2568 เป็นผลลัพธ์จากการบริหารจัดการทรัพยากรตามหลักการบูรณาการทุนทั้ง 6 ด้านอย่างเป็นระบบ ซึ่งก่อให้เกิด "พลวัตของการแปลงทุน" (Dynamics of Capital Transformation) ที่เชื่อมโยงและเกื้อหนุนกัน ตัวอย่างเช่น การจัดสรร ทุนทางการเงิน (ผ่านตราสารหนี้สีเขียว) เพื่อพัฒนา ทุนที่มนุษย์สร้างขึ้น (โครงการพลังงานสะอาด) ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อ ทุนทางธรรมชาติ (การลดก๊าซเรือนกระจก) และส่งเสริม ทุนทางสังคม ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ในขณะเดียวกัน การพัฒนา ทุนมนุษย์ ได้ช่วยต่อยอด ทุนทางปัญญา ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของพันธมิตรผู้เช่า และส่งผลกลับมาเป็น ทุนทางการเงิน ที่มั่นคงขององค์กร กลไกเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารจัดการทุนที่จับต้องไม่ได้ เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลตอบแทนและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน