การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ปี 2568
- ปริมาณการใช้น้ำ ลดลงร้อยละ 5 เทียบปี 2567
ปี 2573
- การใช้น้ำต่อพื้นที่ ลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562
- สัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ร้อยละ 5 เทียบปริมาณการดึงน้ำใช้ทั้งหมด
ปี 2577
- มุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้ร้อยละ 10 เทียบปริมาณการดึงน้ำใช้ทั้งหมด
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
ความท้าทายทางกายภาพและผลกระทบต่อต้นทุน
ในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้า “น้ำ” ถือเป็นทรัพยากรสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ อีกทั้ง บริษัทฯ ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากความเสี่ยงทางกายภาพของสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเปราะบางต่อปัญหาความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำ รวมถึงวิกฤตอุทกภัยรุนแรง (เช่น พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงาน และหากขาดการบริหารจัดการเชิงรุกที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความท้าทายเชิงปฏิบัติการและความเสี่ยงด้านสิทธิชุมชน
บริษัทฯ เผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความต้องการใช้น้ำที่ซับซ้อนและหลากหลายของศูนย์การค้า ทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องสุขา การรดน้ำพื้นที่สีเขียว และการทำความสะอาด รวมถึงพื้นที่ของผู้เช่าที่มีสัดส่วนการใช้น้ำแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหาร นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงแฝงด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน หากเกิดการดึงน้ำสาธารณะมาใช้โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน หรือหากขาดมาตรการจัดการน้ำเสียที่รัดกุมจนทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติปนเปื้อน อาจนำไปสู่ข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทเรื่องน้ำได้
โอกาสในการสร้างความยืดหยุ่นและคุณค่าร่วม
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการวางระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงและลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภค ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังเพิ่มขีดความสามารถในการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องแหล่งน้ำและจัดการน้ำเสียอย่างมีมาตรฐาน ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจ สร้างความไว้วางใจร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะพลเมืองบรรษัทที่ดี
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและน้ำเสียอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการกลยุทธ์ด้านน้ำเข้ากับแผนงานสู่ Net Zero ปี 2593 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การประเมินความเสี่ยงและการกำกับดูแล
บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลการใช้น้ำตามมาตรฐานสากล GRI 303-1 และประเมินความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ดำเนินธุรกิจ โดยระบุพื้นที่ความเสี่ยงสูงในระดับ Medium–High Risk ครอบคลุมพื้นที่ในลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และวิเคราะห์ควบคู่กับความเสี่ยงทางกายภาพจากภาวะโลกร้อน (ปรากฏการณ์เอลนีโญ) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและอุทกภัยอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
การใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและการจัดหาแหล่งน้ำทางเลือก
บริษัทฯ บริหารจัดการความต้องการใช้น้ำทั้งภายในอาคารและพื้นที่ภูมิทัศน์ภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขับเคลื่อนผ่านหลักการ 3Rs การแสวงหาแหล่งน้ำทางเลือก และการจัดการเชิงระบบ ดังนี้
-
การลดการใช้น้ำ
- ติดตั้งสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำรุ่นประหยัดน้ำประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติในห้องน้ำทุกแห่ง ตลอดจนการปรับตั้งค่าอัตราการไหลของน้ำ ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง
- ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทำความสะอาดพื้นแบบไม่ใช้น้ำ และใช้ระบบน้ำหยดร่วมกับสปริงเกอร์ประหยัดน้ำในการดูแลพื้นที่สีเขียว
- นวัตกรรมเทคโนโลยีโอโซน โดยใช้ก๊าซโอโซนในการบำบัดน้ำสำหรับหอระบายความร้อน ทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งโอโซนมีคุณสมบัติในการทำปฏิกิริยาออกซิเดชันสูง ช่วยลดการสะสมของตะกรันที่มีอยู่เดิมและป้องกันการเกิดตะกรันใหม่ ส่งผลให้สามารถลดการระบายน้ำทิ้ง และลดปริมาณการเติมน้ำใหม่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
การใช้น้ำซ้ำ
โดยการวางระบบกักเก็บและนำน้ำคอนเดนเสทกลั่นตัวจากระบบทำความเย็นและเครื่องปรับอากาศกลับมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่
-
การนำกลับมาใช้ใหม่
โดยการติดตั้งระบบบำบัดและผลิตน้ำรีไซเคิล ในพื้นที่ศูนย์การค้า เพื่อนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาหมุนเวียนใช้ในกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น ระบบสุขาภิบาลและการรดน้ำต้นไม้
-
การจัดหาแหล่งน้ำทางเลือก
โดยการติดตั้งถังเก็บรวบรวมน้ำฝน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในโครงการ พร้อมทั้งบริหารจัดการการใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติและมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำประปา
-
การยกระดับประสิทธิภาพเชิงระบบ
- การออกแบบและการทดสอบระบบ: นำหลักการออกแบบระบบบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมาปรับใช้ โดยพิจารณาจากความต้องการใช้น้ำทั้งในและนอกอาคาร ความเหมาะสมของพื้นที่ในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกักเก็บน้ำ และความคุ้มค่าของการติดตั้งระบบรีไซเคิล พร้อมทั้งดำเนินการทดสอบระบบ และกำหนดให้มีการทดสอบซ้ำเป็นระยะภายในกรอบเวลา 2 ปี
- ระบบจัดการน้ำรั่วไหลและน้ำสะสม: ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการรั่วไหลของน้ำ เชื่อมต่อกับระบบปั๊มน้ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำสะสมได้อย่างรวดเร็วและลดการสูญเสียทรัพยากร
- การบริหารจัดการร่วมกับผู้เช่า: ติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณการใช้น้ำในพื้นที่ร้านค้าผู้เช่า เพื่อเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งเป็นกลไกสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้น้ำอย่างประหยัด
มาตรฐานการบริหารจัดการน้ำเสียและน้ำทิ้ง
บริษัทฯ วางระบบควบคุมการระบายน้ำเสียจากทุกกิจกรรม โดยไม่ปล่อยให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำสาธารณะและชุมชน ดังนี้
- เทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียขั้นสูง: เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศโดยใช้ตะกอนเร่ง (Sequencing Batch Reactor: SBR) ระบบหลุมลึกในแนวตั้ง (Deep Shaft) รวมถึงการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการกำจัดไขมันและกลิ่น
- การตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐานสากล: น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจะถูกตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำทุกเดือน (วัดค่า BOD, TSS, TDS, pH, และ Oil & Grease) โดยหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และดูแลรักษาระบบตามมาตรฐาน ISO 14001 อย่างเคร่งครัด
- การจัดการกรณีฉุกเฉิน: หากตรวจพบคุณภาพน้ำไม่ผ่านเกณฑ์ ศูนย์การค้าจะเข้าดำเนินการแก้ไข และรายงานต่อทีมบริหารศูนย์ฯ และคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมทันที
- การจัดการน้ำเสียต้นน้ำในระยะก่อสร้าง: ควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งจากบ้านพักคนงานก่อสร้างอย่างเข้มงวด พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะอินทรีย์เพื่อทำน้ำหมักชีวภาพ (EM) ใช้บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นโดยรอบโครงการ
การสร้างคุณค่าและผลกระทบเชิงบวก
แนวทางการบริหารจัดการน้ำของบริษัทฯ เป็นการสร้างคุณค่าแบบหมุนเวียน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกมิติ ดังนี้
- มิติเศรษฐกิจ: ลดปริมาณการซื้อน้ำประปา เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำเสีย ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภค ได้ในระยะยาว
- มิติสิ่งแวดล้อม: ลดการดึงทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และที่สำคัญคือ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในกระบวนการผลิต ขนส่ง และบำบัดน้ำ (Water-Energy Nexus)
- มิติสังคม: ป้องกันความเสี่ยงด้านข้อร้องเรียน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้เช่า รวมถึงปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และสิทธิในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดของชุมชนโดยรอบศูนย์การค้า




