เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
63%
ในปี 2568 Net Promoter Score (NPS) จากผู้ใช้บริการศูนย์การค้ามีความพึงพอใจในพื้นที่ส่วนกลางและบริการ
เป้าหมาย
65%
Net Promoter Score (NPS) จากผู้ใช้บริการศูนย์การค้าต้องมีความพึงพอใจสูงสุด
ผลการดำเนินงาน
93%
ในปี 2568 สามารถแก้ไขข้อร้องเรียนที่ได้รับผ่านระบบ Call Center ช่องทางออนไลน์ และพนักงานต้อนรับสำเร็จ
เป้าหมาย
100%
ภายในปี 2573 รักษาอัตราการบริหารจัดการและแก้ไขข้อร้องเรียนของลูกค้าให้สำเร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาศูนย์การค้า แต่เป็นผู้สร้าง "ระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิต (360-Degree Ecosystem)" ผ่านโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ผสานศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม เข้าไว้ด้วยกัน บริษัทฯ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในการออกแบบตัวอาคาร พื้นที่ใช้สอย และงานบริการที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างเดสติเนชันที่ตอบสนองและเติมเต็มทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งการช้อปปิ้ง ทานอาหาร ทำงาน พักผ่อน และอยู่อาศัย (Shop-Eat-Work-Play-Stay-Live) ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ทั่วประเทศ

ความสำเร็จของระบบนิเวศนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการร้านค้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ดังรายละเอียดใน การบริหารจัดการความสัมพันธ์และพัฒนาร้านค้า และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันเพื่อตอบสนองต่อความต้องการและอำนวยความสะดวกเฉพาะกลุ่ม ดังรายละเอียดใน การบริหารจัดการนวัตกรรม

เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล ทั้งไลฟ์สไตล์การพักอาศัยในอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยผ่านระบบออนไลน์ และความท้าทายจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี

การกำกับดูแล

บริษัทฯ มีโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารประสบการณ์ลูกค้าอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ Center of Life ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจ

  1. ระดับปฏิบัติการและบริหารพื้นที่ มีการกำหนดทีมงานบริการลูกค้าและผู้บริหารของแต่ละโครงการแยกกันชัดเจน แบ่งออกตามประเภทธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้า นิติบุคคลคอนโดมิเนียม ผู้จัดการอาคารสำนักงาน และผู้จัดการโรงแรม รวบรวมประเด็น วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาหน้างาน พร้อมให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที
  2. ระดับผู้บริหารสายงาน คอยกำกับดูแลสรุปประเด็นความท้าทายแยกตามกลุ่มธุรกิจ (รายละเอียดตาม แผนภูมิองค์กร) นำเสนอต่อ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) เพื่อกำหนดทิศทาง แผนงานปรับปรุง และนโยบายการให้บริการแบบข้ามกลุ่มธุรกิจ (Cross-functional Policy) และรายงานประเด็นที่เกี่ยวกับ ESG ต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  3. การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (CISO) ทำหน้าที่กำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และ คณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล เพื่อพิทักษ์ข้อมูลลูกค้าในทุกแพลตฟอร์ม

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

  • โอกาสจากการผสานระบบนิเวศ การบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่ครอบคลุมทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ นำมาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขัน และโอกาสในการสร้างความเติบโตแบบทวีคูณ การรักษามาตรฐานการให้บริการที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพันกับแบรนด์ นำไปสู่การใช้บริการข้ามกลุ่มธุรกิจ (Cross-selling) เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมาจับจ่ายในศูนย์การค้า หรือพนักงานออฟฟิศใช้บริการโรงแรมเพื่อการเจรจาธุรกิจ ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนให้กับบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญทางการเงิน
  • ความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าและการขยายพอร์ตธุรกิจ ความท้าทายหลักประการแรก คือการตอบสนองต่อพฤติกรรมและความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางการขยายพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ การให้บริการจึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับแต่งให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม (Personalization) รวมถึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ซึ่งหากบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดข้อผิดพลาด ยกระดับความภักดีของลูกค้า กระตุ้นการใช้บริการซ้ำ และดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างยั่งยืน
  • ความท้าทายด้านการรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์องค์กร ความท้าทายประการต่อมา คือการรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการให้เป็นเอกภาพในทุกโครงการ รวมถึงความท้าทายในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ที่เชื่อมโยงกันในทุกแพลตฟอร์ม บริษัทฯ ตระหนักดีว่าหากเกิดข้อบกพร่องในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง หรือเกิดเหตุการณ์ละเมิดข้อมูล อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรในภาพรวม การบูรณาการมาตรฐานการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ (Centralized Management) ทั้งในมิติพื้นที่เชิงกายภาพและระบบสารสนเทศ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องและรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า
  • โอกาสในการยกระดับประสบการณ์การเดินทาง นอกจากนี้ บริษัทฯ ตระหนักว่า “ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าถึงพื้นที่โครงการ” ถือเป็นความประทับใจแรกที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของลูกค้าโดยตรง ความหนาแน่นของการจราจรบริเวณทางเข้า-ออกอาจสร้างความไม่สะดวกและลดทอนความพึงพอใจ บริษัทฯ จึงเปลี่ยนความท้าทายนี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการนำเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้ เพื่อยกระดับความสะดวก รวดเร็ว และสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่อตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง

การบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่ครอบคลุมทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ

นำมาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขัน และโอกาสในการสร้างความเติบโตแบบทวีคูณ การรักษามาตรฐานการให้บริการที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience)

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

โครงสร้างการกำกับดูแล

บริษัทฯ มีโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารประสบการณ์ลูกค้าอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ Center of Life ได้รับการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนในทุกกลุ่มธุรกิจ

  • ระดับปฏิบัติการและบริหารพื้นที่ มีการกำหนดทีมงานบริการลูกค้าและผู้บริหารของแต่ละโครงการแยกกันชัดเจน แบ่งออกตามประเภทธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้า นิติบุคคลคอนโดมิเนียม ผู้จัดการอาคารสำนักงาน และผู้จัดการโรงแรม รวบรวมประเด็น วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาหน้างาน พร้อมให้ข้อมูลป้อนกลับแก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที
  • ระดับผู้บริหารสายงาน คอยกำกับดูแลสรุปประเด็นความท้าทายแยกตามกลุ่มธุรกิจ (รายละเอียดตาม แผนภูมิองค์กร) นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อกำหนดทิศทาง แผนงานปรับปรุง และนโยบายการให้บริการแบบข้ามกลุ่มธุรกิจ (Cross-functional Policy) และรายงานประเด็นที่เกี่ยวกับ ESG ต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (CISO) ทำหน้าที่กำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และ คณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล เพื่อพิทักษ์ข้อมูลลูกค้าในทุกแพลตฟอร์ม
การออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบองค์รวม

บริษัทฯ พัฒนาโครงการและพื้นที่โดยคำนึงถึงบริบทการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของลูกค้าในแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีการสำรวจวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และการคาดการณ์ความต้องการในอนาคตของลูกค้ามาวิเคราะห์และพัฒนาร่วมกันทั้งก่อนการพัฒนาแต่ละโครงการ และภายหลังเปิดดำเนินการแล้วอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง แบ่งการออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลาย ดังนี้

ธุรกิจศูนย์การค้า (Shopping Center - Shop/Eat/Play)

พัฒนาพื้นที่ในรูปแบบจุดหมายของการใช้ชีวิตร่วมกัน ในรูปแบบ “เดสติเนชัน” ผ่านการตกแต่ง แบ่งโซนพื้นที่ การวางผังการเดิน และรูปแบบร้านค้าที่หลากหลาย รวมไปถึง ตลาดชุมชน พื้นที่เฉพาะกลุ่ม พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมของคนทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์

แฟมิลีเดสติเนชัน
แฟมิลีเดสติเนชัน จุดหมายและบริการสำหรับครอบครัว เช่น สวนสนุก สวนน้ำ สนามเด็กเล่นในร่ม ห้องน้ำ สำหรับเด็ก ที่นั่งรับประทานอาหารสำหรับครอบครัว
ฟู้ดเดสติเนชัน
ฟู้ดเดสติเนชัน จุดหมายสำหรับการรับประทานอาหาร เช่น ศูนย์รวมอาหารฟู้ดพาร์ค รวมไปถึงประสบการณ์ความอร่อยในหลากหลายมิติ เช่น อาหารประจำถิ่น อาหารประจำชาติ อาหารนานาชาติ อาหารบุฟเฟต์ อาหารหวาน เครื่องดื่ม อาหารที่ได้รับการรับรองมิชลินสตาร์
แฟชั่นเดสติเนชัน
แฟชั่นเดสติเนชัน จุดหมายสำหรับคนรักแฟชั่น เช่น แนวสตรีทแวร์ แนวลักชูรี่ แนวมินิมอล รวมไปถึงแนวสปอร์ต และสไตล์ในระบบเพศ จัดแบ่งเป็นโซนชัดเจน เช่น แฟชั่นพลัส หรือรูปแบบร้านค้าร่วมช้อปปิ้งสโตร์ บนพื้นที่ส่วนกลาง
ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน
ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน จุดหมายสำหรับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือน ๆ กัน ได้มีประสบการณ์ร่วมกัน ในรูปแบบโซนร้านค้าถาวร หรือรูปแบบกิจกรรมทางการตลาด – อีเวนต์ เช่น ไลฟ์สไตล์ที่ชอบการกินอาหารนานาชาติ อาหารหวาน อาหารเส้น อาหารพื้นถิ่น คากาแฟ คอเพลง คอศิลปะ กิจกรรมชาติ รักโลก รักสัตว์ รักการท่องเที่ยว และ co-working space
เพทเดสติเนชัน
เพทเดสติเนชัน จุดหมายสำหรับคนรักสัตว์และผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง เพื่อให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้มีประสบการณ์และได้เวลาความสุขร่วมกัน เช่น พื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Park) โซนร้านค้าและคาเฟ่ที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยง บริการรถเข็นและจุดอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงการจัดกิจกรรมทางการตลาด และพื้นที่คอมมูนิตี้สำหรับคนรักสัตว์โดยเฉพาะ
สปอร์ตเดสติเนชัน
สปอร์ตเดสติเนชัน จุดหมายสำหรับคนรักสุขภาพ โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทั้งลานด้านหน้าศูนย์การค้า พื้นที่ดาดฟ้า และพื้นที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์
ทัวริสต์เดสติเนชัน
ทัวริสต์เดสติเนชัน จุดหมายสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ ร่วมเทศกาลและวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น และประจำชาติ ผ่านการจัดอีเวนต์ทางการตลาดเพื่อการท่องเที่ยว เช่น สงกรานต์เฟสติวัล และ Pride Month
ศูนย์กลางสำหรับชุมชน
ศูนย์กลางสำหรับชุมชน โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้ตอบสนองต่อความต้องการของคนในชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการค้า อีกทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีในชุมชน จำหน่ายสินค้าชุมชน และฝากขายสินค้าที่มีชื่อของจังหวัด เสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

ธุรกิจที่อยู่อาศัย (Residential - Live)

มุ่งเน้นปรัชญา "Better Living" ส่งมอบที่อยู่อาศัย ภายใต้แบรนด์ Escent, Ninya, Nirati ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ปลอดภัย และเชื่อมต่อกับศูนย์การค้าแบบไร้รอยต่อ (Walkable Community) พร้อมเทคโนโลยี Smart Home เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มความสะดวกในการใช้บริการของศูนย์การค้า สำนักงาน และโรงแรม อาทิ พื้นที่จอดรถ พื้นที่ออกกำลังกาย

ธุรกิจอาคารสำนักงาน (Office - Work)

พัฒนาสู่ "Smart Workplace" ที่ตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางการคมนาคม (Transit-Oriented) ตอบโจทย์ Work-Life Integration ของคนทำงานยุคใหม่ ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และสุขภาวะที่ดี เพิ่มความสะดวกในการใช้พื้นที่ทำงานร่วม (co-working space) ในศูนย์การค้า

ธุรกิจโรงแรม (Hotel - Stay)

มุ่งเน้นประสบการณ์การพักผ่อนและการเดินทางที่ราบรื่น ผ่านแบรนด์โรงแรมหลากหลายที่เจาะกลุ่มความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น Centara GO! Hotel ที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นและศูนย์การค้า เพื่อตอบสนองทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ

การส่งมอบพื้นที่ปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีระดับสากล

ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของลูกค้าและพันธมิตรร้านค้า เริ่มต้นจากความมั่นใจในความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีภายในอาคาร บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการออกแบบและบริหารจัดการพื้นที่อย่างรัดกุม โดยบูรณาการกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่กับการประยุกต์ใช้มาตรฐานสากลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) และมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการก่อสร้าง การควบคุมผู้รับเหมา ไปจนถึงการปฏิบัติงานประจำวัน

นอกจากนี้ ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ บริษัทฯ ได้ยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้มาใช้บริการ ด้วยการนำนวัตกรรมระบบฟอกอากาศที่ลดปริมาณการดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน ผสานกับการติดตั้งเครื่องกรองอากาศคุณภาพสูงระดับ MERV 16 และเครื่องตรวจวัด CO2 ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามระดับความเสี่ยง เพื่อส่งมอบความสบายใจให้แก่ทุกครอบครัวพร้อมรับรองด้วยแผนงานที่มุ่งสู่การรับรองมาตรฐานอาคารเขียวทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ข้อมูลเพิ่มเติม ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยขององค์กร

การอำนวยความสะดวกในการเดินทางและประสบการณ์การจอดรถอัจฉริยะ

บริษัทฯ มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการเดินทาง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทางดังต่อไปนี้

  1. การสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นทำเลที่ตั้งบริเวณศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมจัดเตรียมจุดจอดรถจักรยาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) รวมถึงบริการรถรับ-ส่ง (Shuttle Service) จากสถานีขนส่งมวลชนใกล้เคียง
  2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกรวดเร็ว นำเทคโนโลยีระบบจดจำป้ายทะเบียนอัจฉริยะ (License Plate Recognition: LPR) และระบบแจกบัตรจอดรถอัตโนมัติมาใช้งาน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาเข้า-ออกอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานกับการติดตั้งจอนำเสนอภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนการเดินทางและลดความหนาแน่นบริเวณจุดรอคิว
  3. การบริหารจัดการจราจรเพื่อความราบรื่น บริหารจัดการจราจรเชิงรุกผ่านห้องควบคุมกลาง (Central Control Room) เพื่อประเมินสถานการณ์และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเดินทางเข้าพื้นที่โครงการได้อย่างไร้รอยต่อที่สุด
  4. การอำนวยความสะดวกในการเดินทางและประสบการณ์การจอดรถอัจฉริยะ การเลือกทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดที่มีการคมนาคมสะดวก เชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะในระยะเดินได้ไม่เกิน 10 นาที (ในพื้นที่ที่อำนวย) รวมถึงมีแผนงานในการจัดการจราจรอย่างมืออาชีพ เพื่อลดระยะเวลาการจราจรของประชาชน ทั้งบริเวณทางเข้า-ออกและพื้นที่โดยรอบ และมีการบูรณาการแผนงานการจราจรร่วมกับตำรวจจราจรและอาสาจราจรในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ
การเชื่อมโยงประสบการณ์ด้วยเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล
  1. บริษัทฯ พัฒนาระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างประสบการณ์อัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แยกตามกลุ่มธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในทุก Touchpoint อาทิ การใช้แอปพลิเคชัน Central X สำหรับลูกค้าศูนย์การค้า แอปพลิเคชัน Central Pattana Residence สำหรับลูกบ้านโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อแจ้งซ่อมและรับข่าวสาร แอปพลิเคชัน SERVE สำหรับอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่า แอปพลิเคชัน central Office สำหรับผู้เช่าสำนักงาน และพนักงานสำนักงาน รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มดิจิทัลของเครือข่ายโรงแรม (รายละเอียดเพิ่มเติมใน การบริหารและจัดการนวัตกรรม )
  2. การเชื่อมโยงระบบนิเวศทั้ง 4 ธุรกิจเข้าด้วยกัน ย่อมนำมาซึ่งการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลสารสนเทศจำนวนมหาศาล บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความลับทางธุรกิจและสิทธิส่วนบุคคล จึงได้วางรากฐานการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภายใต้มาตรฐานสากล ISO/IEC 27001:2013 และกรอบการทำงาน NIST SP 800-53 นอกจากนี้ การดำเนินงานทุกแพลตฟอร์มยังสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด โดยบริษัทฯ ยึดหลักการจัดเก็บและใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ข้อมูลของลูกค้า ผู้เช่า ลูกบ้าน และผู้เข้าพักในทุกกลุ่มธุรกิจ จะได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับสูงสุด และสร้างความไว้วางใจในการใช้บริการนวัตกรรมดิจิทัลของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน
การยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการรับฟังเสียงลูกค้า

บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย โดยพัฒนามาตรฐานการให้บริการบรรจุใน "คู่มือการบริหารศูนย์การค้า" ซึ่งยึดแนวทางการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพองค์กรตามข้อกำหนดของ ISO 9001 เพื่อเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติในทุกสาขา โดยเน้นเป้าหมายในการเพิ่มความพึงพอใจ ลดข้อร้องเรียน ป้องกันประเด็นที่เกิดซ้ำ และสร้างวัฒนธรรมการให้บริการจากใจ หรือ “Service with the Heart” ผ่านกลไกการบริหารจัดการบุคลากรและการประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

  1. การยกระดับมาตรฐานบุคลากรผู้ให้บริการ กำหนดมาตรฐานการคัดเลือกบุคลากรในส่วนงานรักษาความปลอดภัยและรักษาความสะอาด โดยจัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารของผู้รับเหมาช่วง เพื่อให้รับทราบนโยบายอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานผู้รับเหมาช่วงเป็นประจำทุกเดือน ทั้งในภาคทฤษฎี การจำลองสถานการณ์ (Role-play) และการลงพื้นที่ศึกษาหน้างาน เพื่อให้พนักงานคุ้นเคยกับสถานที่และสามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพ
  2. การประเมินผลและควบคุมคุณภาพ จัดให้มีการประเมินคุณภาพการให้บริการของพนักงานรักษาความปลอดภัยและรักษาความสะอาดเป็นประจำทุกเดือน ผ่านกระบวนการลูกค้านิรนาม (Mystery Shopper) โดยใช้บุคลากรจากต่างสาขาเข้ามาประเมินตามรายการตรวจสอบที่ครอบคลุมทุกจุดสัมผัสบริการ (Touchpoints) อย่างโปร่งใส
  3. การสร้างแรงจูงใจและเชิดชูเกียรติ ให้ความสำคัญกับการสร้างขวัญและกำลังใจแก่พนักงานรับเหมาช่วง โดยกำหนดให้สัปดาห์ที่ 4 ของทุกเดือนเป็น "สัปดาห์แห่งการมอบรางวัลชื่นชม" ในแต่ละสาขา รวมถึงการจัดกิจกรรมมอบเข็มเชิดชูเกียรติ (Service Excellence) และบัตรกำนัลสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานดีเยี่ยมประจำปี
  4. การรับฟังเสียงลูกค้าแบบ Omnichannel กำหนดกระบวนการรับฟังเสียงลูกค้าตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการใช้บริการ ผ่านระบบ Call Center, ช่องทางออนไลน์, พนักงานต้อนรับ และการสแกน QR Code แบบ Real-time นำข้อมูลและข้อร้องเรียนทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานอย่างทันท่วงที

กระบวนการรับฟังเสียงจากลูกค้า

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้เช่าอาคาร ลูกค้าโครงการที่พักอาศัย
ลูกค้า
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ
ผู้ถือหุ้น
เจ้าหนี้