การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
การกำกับดูแล
บริษัทฯ บูรณาการเรื่องคุณภาพอากาศและสุขภาวะของผู้มีส่วนได้เสียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การออกแบบและการบริหารจัดการอาคารอย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งทีมงานวิศวกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำหน้าที่กำกับดูแล นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาวิเคราะห์ และปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเขียวและมาตรฐานอาคารสุขภาวะดี
ความท้าทายและโอกาส
บริษัทฯ ตระหนักถึงวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ทวีความรุนแรงในช่วงต้นปีและปลายปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและกรุงเทพฯ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 สถานการณ์นี้ไม่เพียงเป็นความท้าทายในการควบคุมระบบปรับอากาศของอาคาร แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมลูกค้าที่อาจหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านมาใช้บริการ ซึ่งอาจกระทบต่อรายได้ของศูนย์การค้าและผู้เช่า อีกทั้งการรับมือกับมลพิษทางอากาศจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสีเขียวที่ทันสมัย เช่น ระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีความท้าทายด้านต้นทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง
ในขณะเดียวกัน โอกาสที่เกิดขึ้นในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวได้เปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นความได้เปรียบทางการแข่งขัน การลงทุนในเทคโนโลยีควบคุมคุณภาพอากาศอย่างแม่นยำจะช่วยเปลี่ยนศูนย์การค้าให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven)" ที่ลูกค้าไว้วางใจ ซึ่งจะช่วยรักษาปริมาณผู้ใช้บริการ (Footfall) สร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว และดึงดูดผู้ลงทุนที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG อีกทั้งในตลาดเริ่มมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแบบผสมผสานที่สามารถช่วยจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารพร้อมกับการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการคุณภาพอากาศและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งเน้นการบริหารจัดการคุณภาพอากาศแบบบูรณาการที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การดำเนินธุรกิจ ไปจนถึงการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การจัดการคุณภาพอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนขององค์กรในทุกมิติ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยในการควบคุมและปรับปรุงคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ ยังได้บูรณาการแนวคิดเรื่องสุขภาพของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Wellbeing) เข้าไว้ในการออกแบบสภาพแวดล้อมของอาคาร โดยสนับสนุนให้ร้านค้าออกแบบตามแนวทางอาคารเขียว TREES-CS (Core & Shell) และมีการกำหนดมาตรฐานระบบอากาศและอุปกรณ์กรองอากาศภายในพื้นที่เช่าเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กรและการรับรองตามมาตรฐานอาคารสุขภาวะดี (WELL Building Standard)
การบริหารความเสี่ยงและแนวทางการปฏิบัติ
บริษัทฯ วางมาตรการจัดการคุณภาพอากาศแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงก่อสร้างไปจนถึงช่วงเปิดดำเนินการ โดยมุ่งเน้น 3 มิติหลัก ดังนี้
การควบคุมมลพิษระหว่างการก่อสร้าง
- ปิดกั้นพื้นที่ด้วยรั้ว Metal Sheet ติดตั้งแผงกันวัสดุตกหล่น และคลุมผ้าใบกันฝุ่นตลอดเวลา
- ฉีดพรมน้ำลดการกระจายของฝุ่น และฉีดล้างล้อรถก่อนออกจากโครงการ
- กำหนดให้ใช้พัดลมดูดฝุ่นพร้อมถุงกรองในพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อปกป้องสุขภาพของแรงงาน
- กำหนดมาตรฐานการเลือกใช้สีและวัสดุเคลือบผิวที่มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ สำหรับโครงการใหม่
-
กำหนดเป็นเงื่อนไขในขอบเขตการจ้างงาน ในการให้ผู้รับเหมาตรวจวัดค่าฝุ่นละอองทั้งในไซต์งานและชุมชนโดยรอบเป็นประจำทุกวัน โดยกำหนดการตรวจวัด การป้องกัน และแก้ไข และรวมถึงการรายงาน ดังนี้
- ตรวจวัดเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ ฝุ่นรวมหรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน (TSP), PM10, PM2.5
- ตรวจวัดเป็นประจำรายเดือน ได้แก่ ปริมาณก๊าซ CO2, SO2, NO2 และ และไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด (THC)
- กำหนดให้จัดทำรายงานผลรายสัปดาห์ และรายเดือน ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เป็นบุคคลที่สามเป็นผู้ตรวจสอบ และรายงานรายเดือน
- ตั้งเป้าหมายคุณภาพอากาศภายในไซด์ไซต์ก่อสร้าง และบริเวณโดยรอบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกฎกระทรวง ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2569 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้นปี 2569)
- กำหนดมาตรการป้องกันให้ในไซด์ไซต์ก่อสร้างมีการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำขนาด 32 นิ้ว แบบเคลื่อนที่ได้ในทุกโครงการ
มาตรฐานวิศวกรรมอาคารและเทคโนโลยี
- ติดตั้งแผ่นกรองอากาศตามมาตรฐาน MERV 8 และ MERV14 (ในช่วงที่ PM2.5 มีปริมาณสูง) ที่เครื่องเติมอากาศภายนอก (OAU) และเครื่องส่งลมเย็นขนาดใหญ่ (AHU) นำร่องแล้ว 12 โครงการในพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือ
- ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ (IAQ Sensors) เพื่อติดตามค่า PM2.5 หากพบคุณภาพอากาศภายนอกวิกฤต ระบบจะสั่งปิดหรือลดปริมาณลมเติมอากาศอัตโนมัติ
- นำเทคโนโลยี HVAC Air Scrubber มาใช้เพื่อลดการนำความร้อนเข้าสู่อาคาร ควบคู่ไปกับการลดฝุ่น ดูดซับสารพิษ และดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) รวมถึงสาร VOCs
การจัดการเครือข่ายความร่วมมือ
- ผู้เช่า: กำหนดมาตรฐานระบบอากาศและอุปกรณ์กรองอากาศในพื้นที่เช่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารเขียว (TREES-CS)
- ภาครัฐและพันธมิตร: ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดแคมเปญ “รถคันนี้ #ลดฝุ่น” มอบสิทธิ์จอดรถฟรี 2 ชั่วโมง (ใน 8 สาขา) ให้ลูกค้าที่นำใบเสร็จเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมาแสดง เพื่อลดแหล่งกำเนิดฝุ่นในเมือง
-
ลูกค้า:
- ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีจากพลังงานสะอาด
- ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการที่จอดรถ งดติดเครื่องยนต์ค้างไว้ในบริเวณลานจอดรถ โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยในลานจอดรถคอยตรวจตรา
-
พนักงาน:
- ตรวจสภาพรถของบริษัทฯ รถของพนักงานส่งเอกสารของบริษัทฯ ให้อยู่ในสภาพดีไม่ปล่อยมลพิษ และรณรงค์ให้พนักงานตรวจสภาพรถยนต์/รถจักรยานยนต์ส่วนตัว
- สนับสนุนการประชุมออนไลน์ เพื่อลดการเดินทางสร้างมลพิษเพิ่ม

