เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
50%
ดำเนินการเสร็จสิ้นในขั้นตอนการศึกษาและจำแนกหมวดหมู่การลงทุนเชิงป้องกันที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ และเตรียมกำหนดนิยามรายการค่าใช้จ่าย
เป้าหมาย
100%
ศึกษาและจัดทำ โครงสร้างระบบแยกรายการค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อวางรากฐานการรายงานผลกระทบทางการเงินที่โปร่งใสตามมาตรฐาน IFRS S2

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

นอกเหนือจากการลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว บริษัทฯ ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยตรง เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง รวมถึงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่สูงขึ้น ความท้าทายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity) ความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร รวมถึงการจัดการทรัพยากรที่จำเป็น เช่น น้ำและพลังงาน ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

การตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงทางกายภาพ เปิดโอกาสให้บริษัทฯ สามารถยกระดับความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันขององค์กร (Climate Resilience) การออกแบบและปรับปรุงอาคารศูนย์การค้าให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องมูลค่าของสินทรัพย์ (Asset Protection) แต่ยังช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนาในการเป็น "ศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่ปลอดภัยและพึ่งพาได้ (Safe Haven)" สำหรับชุมชนและผู้เช่าในทุกสถานการณ์ ซึ่งเป็นการสร้างความไว้วางใจและรักษาขีดความสามารถในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

ผู้มีส่วนได้เสีย โอกาส ความท้าทาย
ผู้ประกอบการร้านค้าผู้เช่าอาคาร ลูกค้าโครงการที่พักอาศัย ได้รับการปกป้องจากโครงสร้างอาคารที่ยืดหยุ่น ความเสี่ยงธุรกิจหยุดชะงัก และสินค้าเสียหายจากภัยพิบัติ
พนักงาน - ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความยากลำบากในการเดินทางช่วงเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว (รองรับด้วยแผน BCP)
ลูกค้าผู้ใช้บริการ ความปลอดภัยระหว่างใช้บริการช่วงภัยพิบัติ ซึ่งบริษัทฯ รองรับด้วยการยกระดับอาคารให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" (Safe Haven)
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ - ความเสี่ยงที่ห่วงโซ่อุปทานและเส้นทางขนส่งจะหยุดชะงัก จากภัยธรรมชาติ ทำให้ส่งมอบงานล่าช้า
ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรอิสระ เผชิญความเสี่ยงระดับพื้นที่ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ร่วมกัน โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทฯ ผ่านการใช้พื้นที่เป็นศูนย์กลางฟื้นฟู
ผู้ถือหุ้น การปกป้องมูลค่าสินทรัพย์ผ่านการลงทุนเชิงป้องกัน ความเสี่ยงทางการเงินจากสินทรัพย์เสียหายและสูญเสียรายได้
เจ้าหนี้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้หากเกิดความเสียหายร้ายแรง (บรรเทาด้วยการโอนย้ายความเสี่ยงผ่านประกันภัย) -

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ผ่านกลยุทธ์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) โดยบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) การพัฒนาโครงการ และการวางแผนทางการเงิน ตามมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 เพื่อปกป้องมูลค่าของสินทรัพย์ และรับประกันความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกรอบการดำเนินงานดังนี้

การประเมินความเสี่ยงทางกายภาพและการวิเคราะห์ภาพฉากทัศน์
  • การบูรณาการความเสี่ยงระดับพื้นที่ (Site-specific Risk Assessment) โดยประเมินความเสี่ยงทางกายภาพครอบคลุมทั้งความเสี่ยงเฉียบพลัน (Acute Risks) เช่น อุทกภัย พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และความเสี่ยงเรื้อรัง (Chronic Risks) เช่น ภาวะอุณหภูมิโลกสูงขึ้น ภัยแล้ง และความเครียดด้านน้ำ (Water Stress) ในทุกพื้นที่ตั้งของศูนย์การค้าและโครงการที่อยู่อาศัย
  • การวิเคราะห์ภาพฉากทัศน์ (Scenario Analysis) โดยนำผลการประเมินตามกรอบ TCFD และข้อกำหนด IFRS S2 มาวิเคราะห์ผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact) ที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกำหนดทิศทางการปรับตัวเชิงรุก (Proactive Adaptation) และประเมินความเปราะบางของพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์ (Portfolio Vulnerability)
การปกป้องมูลค่าสินทรัพย์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • การออกแบบและวิศวกรรมอาคารที่ยืดหยุ่น (Resilient Building Design) โดยบูรณาการเกณฑ์การออกแบบอาคารที่รองรับสภาพอากาศสุดขั้ว (Climate-proof Design) ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาโครงการใหม่ และการปรับปรุงสินทรัพย์เดิม (Retrofitting) เช่น การยกระดับพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ทนทานต่อความร้อนสูง และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat Island Effect)
  • การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบหมุนเวียน (Smart Water Management) บริษัทฯ ได้วางแผนรับมือวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วมขัง ผ่านการลงทุนในระบบบำบัดและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycled Water Systems) และระบบกักเก็บน้ำฝน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และลดผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
  • การยกระดับศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) โดยพัฒนาแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และแผนรับมือเหตุฉุกเฉินระดับมาตรฐานสากล เพื่อรับประกันว่าศูนย์การค้าสามารถเปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นที่พึ่งพาด้านความปลอดภัยให้แก่ชุมชนในยามเกิดภัยพิบัติ รวมถึงกำหนดมาตรการเชิงรุกในการปรับตัวเพื่อป้องกันปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น เช่น มาตรการบริหารจัดการคุณภาพอากาศ ยกระดับระบบวิศวกรรมอากาศ และควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร
ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่คุณค่าและชุมชน
  • การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Resilience) โดยประเมินและติดตามความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) โดยเฉพาะความเสี่ยงในการขาดแคลนวัสดุก่อสร้างหลักและการขนส่ง เพื่อลดผลกระทบทางการเงินจากการล่าช้าของโครงการ (Project Delays)
  • ความร่วมมือกับผู้เช่าและพันธมิตร (Tenant & Partner Engagement) โดยสื่อสารและประสานความร่วมมือกับผู้เช่าในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของสินค้าและรักษาขีดความสามารถในการสร้างรายได้ของทั้งผู้เช่าและบริษัทฯ
  • การสนับสนุนและฟื้นฟูชุมชน (Community Support) โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นในการใช้พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นศูนย์กลางการช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชนโดยรอบเมื่อเกิดวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว
การวางแผนทางการเงินและตัวชี้วัดด้านการปรับตัว
  • การจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) โดยบูรณาการข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ (CAPEX) สำหรับโครงการปรับปรุงอาคารเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัว
  • การโอนย้ายความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk Transfer) ดำเนินกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงทางการเงินผ่านการทำประกันภัยทรัพย์สินและประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Property & Business Interruption Insurance) ที่ครอบคลุมภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อปกป้องกระแสเงินสดและผลกำไรสุทธิขององค์กร
  • การติดตามตัวชี้วัด (Metrics & Monitoring) มีการกำหนดตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เช่น สัดส่วนของสินทรัพย์ที่มีการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพ การลดปริมาณการใช้น้ำประปา และการประเมินมูลค่าความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้ (Avoided Costs) เพื่อนำมาทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบการร้านค้าผู้เช่าอาคาร ลูกค้าโครงการที่พักอาศัย
พนักงาน
ลูกค้า
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ
ผู้ถือหุ้น
เจ้าหนี้