สิทธิมนุษยชน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
จากโครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งครอบคลุมทั้งศูนย์การค้า โครงการที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรม ตลอดจนการพึ่งพาเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า และผู้รับเหมาช่วงจำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนมีความซับซ้อนและเผชิญความท้าทายเชิงระบบ โดยประเด็นสำคัญที่เป็นความเสี่ยง ประกอบด้วย
-
ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการกำกับดูแลและการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อควบคุมให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากลและจรรยาบรรณคู่ค้าอย่างเคร่งครัด
-
ความเสมอภาคและการยอมรับความหลากหลายในองค์กร ได้แก่ การบริหารจัดการบุคลากรที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม ช่วงอายุ และความต้องการ มุ่งส่งเสริมความเท่าเทียมและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ตามมาตรฐานแรงงานสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO
-
สิทธิชุมชนและการจัดการผลกระทบ โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องป้องกัน ควบคุม และลดผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิของชุมชนรอบข้างและกลุ่มเปราะบางอย่างสมดุล
-
ความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คือความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้เช่า และพนักงานในยุคดิจิทัลตามกรอบ IFRS S1
ความล้มเหลวในการกำกับดูแลประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเหล่านี้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงขั้นรุนแรงด้านกฎหมาย ข้อพิพาทด้านแรงงาน การประท้วงต่อต้านจากคู่ค้าและลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนความสูญเสียเชิงมูลค่าทางธุรกิจ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการยกระดับสู่การเป็นผู้นำด้านมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและระบบนิเวศแห่งความยั่งยืน ผ่านกลไกการดำเนินงานเชิงรุก ดังนี้
-
การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มและระบบงานดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อเป็นกลไกและช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน และการแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม
-
การสร้างพันธมิตรเชิงระบบ โดยการสร้างความร่วมมือร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน การจ้างงานที่เป็นธรรม และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ
-
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับความหลากหลาย โดยเปลี่ยนความแตกต่างให้เป็นจุดแข็งผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบ ความเสี่ยงด้านสังคมและแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นขององค์กร สร้างความไว้วางใจและมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
การกำกับดูแลและการบูรณาการเชิงนโยบาย
บริษัทฯ จัดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเป็นระบบผ่านคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการกำกับดูแลดังกล่าว ควบคู่กับการยกระดับกรอบนโยบายด้านสังคมและจรรยาบรรณธุรกิจเชิงปฏิบัติการ เพื่อสอดแทรกแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานสากลเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานปฏิบัติการและข้อกำหนดขององค์กร อาทิ หัวข้อสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานในจรรยาบรรณธุรกิจ และจรรยาบรรณคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าใน 6 ด้าน ดังนี้
-
ด้านบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กร โดยบูรณาการหลักความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ใน นโยบายการปฏิบัติต่อพนักงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ
-
ด้านห่วงโซ่อุปทานและคู่ค้า ได้กำหนดเกณฑ์การตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมไว้ใน นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการปฏิบัติต่อคู่ค้า เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน
-
ด้านความปลอดภัยและสุขภาวะ กำหนดบังคับใช้มาตรการดูแลสุขอนามัยและอาชีวอนามัยผ่าน นโยบายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ตามมาตรฐานสากล ISO 45001 ครอบคลุมพนักงานและผู้รับเหมาช่วง
-
ด้านสิทธิชุมชนและการจัดการผลกระทบ โดยระบุข้อกำหนดการประเมินและลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมไว้ใน นโยบายด้านสังคมและชุมชน เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการและสิทธิของชุมชนรอบข้าง
-
ด้านความเป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค โดยวางมาตรฐานจริยธรรมและความโปร่งใสไว้ใน นโยบายด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด และ นโยบายการปฏิบัติต่อลูกค้า เพื่อส่งมอบข้อมูลที่ถูกต้องและเท่าเทียม
-
ด้านสิทธิและข้อมูลในยุคดิจิทัล โดยกำหนดแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความลับทางการค้าไว้ใน นโยบายด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเคารพสิทธิ์และป้องกันการละเมิดในกระบวนการธุรกิจ
ทั้งนี้ แนวปฏิบัติและการกำกับดูแลทั้งหมดของบริษัทฯ ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเน้นให้สอดคล้องตามกฎหมายข้อบังคับในประเทศ ควบคู่กับกรอบมาตรฐานสากล ได้แก่ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGP), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC), ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR), มาตรฐานแรงงานสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และหลักการของสถาบันสิทธิมนุษยชนเดนมาร์ก (DIHR) รวมถึงเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของบรรษัทภิบาลการเงินระหว่างประเทศ (IFC Performance Standards) ภายใต้กรอบการจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน
ขอบเขตและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคมและสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ขยายขอบเขตความคุ้มครองอย่างครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ รวมถึงบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน และบริษัทควบรวมกิจการ ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ ลูกค้า พนักงานร้านค้า คู่ค้า พนักงานของคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้รับเหมาช่วง และกลุ่มเปราะบาง
กระบวนการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทฯ บูรณาการเครื่องมือสากลตามหลักการ ป้องกัน เคารพ และเยียวยา ของสหประชาชาติ โดยกำหนดระบบตรวจสอบความเสี่ยงและผลกระทบ ดังนี้
-
การประเมินความเสี่ยงเชิงระบบ บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ทุก 4 ปี และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนทุก 2 ปี วิเคราะห์ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การได้มาซึ่งธุรกิจ การออกแบบ พัฒนา ก่อสร้าง การบริหาร การปฏิบัติการ การดูแลองค์กร และการดูแลกลุ่มเปราะบาง บริษัทฯ ได้ยกระดับเครื่องมือประเมินแบบ 2 ระดับ โดยจัดให้มีกระบวนการคัดกรองความเสี่ยงที่เข้มข้นเชิงลึก โดยให้กลุ่มย่อยผู้ชำนาญการ ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองประเด็นความเสี่ยงเชิงเนื้อหาที่มีนัยสำคัญออกมาก่อนในขั้นแรก จากนั้นจึงนำประเด็นดังกล่าวไปขยายผลและทดสอบความรอบด้านผ่าน แบบประเมินออนไลน์เชิงสถิติ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานทุกระดับต่อไป
-
การประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ ในกระบวนการตรวจสอบสถานะข้างต้น บริษัทฯ ได้อ้างอิง "แนวทางการตรวจสอบสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านสำหรับบริษัทจดทะเบียน" ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำผลมาจำแนกและวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงเนื้อหาตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทฯ ได้ระบุและมุ่งเน้นการบริหารจัดการประเด็นความเสี่ยงระดับสูง 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย
มุ่งเน้นการควบคุม ดูแล และป้องกันด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมตามมาตรฐานของทั้งพนักงานและผู้รับเหมาช่วง
มุ่งเน้นการคุ้มครองบุคคลให้ได้รับความเสมอภาค เท่าเทียม เคารพเสรีภาพในการรวมกลุ่มหรือเจรจาต่อรอง ตลอดจนป้องกันการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบและการคุกคามในสถานที่ทำงาน
มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยไม่ละเมิดหรือรุกล้ำที่ดินและวิถีชีวิต พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้เกิดมลพิษ น้ำเสีย เสียง หรือฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นโดยรอบ
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการประเมิน ตลอดจนการดำเนินมาตรการแก้ไขและเยียวยาผลกระทบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะนำชุดข้อมูลป้อนกลับ และบทเรียนดังกล่าว กลับมาทบทวนเพื่อปรับโครงสร้างแบบสำรวจให้มีความยืดหยุ่น พร้อมทั้งปรับปรุงหัวข้อความเสี่ยงเชิงลึกให้สอดรับกับบริบทความท้าทายใหม่ ๆ ในรอบการประเมินถัดไปอย่างต่อเนื่อง
-
การสอบทานธุรกิจก่อนการลงทุนและการควบรวมกิจการ บริษัทฯ มีแนวปฏิบัติในการนำประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและเกณฑ์ชี้วัดด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบทานธุรกิจ สำหรับการควบรวมกิจการ การซื้อกิจการ การเข้าถือหุ้น กิจการค้าร่วม และการลงทุน ที่มีมูลค่าหรือขนาดธุรกรรมตามเกณฑ์ที่มีนัยสำคัญองค์กร เพื่อร่วมประเมินและป้องกันความเสี่ยงเชิงเนื้อหา ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินและความยืดหยุ่นของกลยุทธ์ตามกรอบ IFRS S1
- การมีสิทธิเสรีภาพในการเจรจา ต่อรอง รวมกลุ่ม หรือการเรียกร้องสวัสดิการ และแจ้งการกระทำอันไม่เป็นธรรมด้านแรงงาน ผ่านสหภาพแรงงาน หรือ คณะทำงานด้านสวัสดิการที่พึงมี
- การคุ้มครองเสรีภาพในการไม่ถูกใช้แรงงานบังคับ หรือถูกเกณฑ์แรงงานในทุกรูปแบบ อาทิ การบังคับให้บุคคลทำงานโดยไม่สมัครใจ ด้วยวิธีการต่างๆ โดยบุคคลนั้นไม่สามารถขัดขืนการถูกบังคับได้
- การเคารพ คุ้มครอง และ ส่งเสริมการคุ้มครองบุคคลให้ได้รับความเสมอภาค ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จากบุคลากรในที่ทำงาน
- การควบคุม ดูแล ป้องกัน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐานต่างๆที่พึงมี
- การคำนึงถึงการใช้แรงงานเด็ก ในกระบวนการทำงานต่างๆ รวมถึง การตรวจสอบบริษัทคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการใช้แรงงานเด็ก หรือปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ตามคู่มือของบริษัทฯ หรือ ไม่เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด
- การรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล อย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ของพนักงาน และ ผู้เกี่ยวข้องให้ห่วงโซ่อุปทาน (PDPA)
- การคำนึงถึงสิทธิของชุมชนท้องถิ่น และชนกลุ่มน้อย ด้วยการไม่ละเมิด รุกล้ำ ทำลาย ที่ดิน ที่ทำกิน หรือ ที่อยู่อาศัย รวมถึงการก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก่อให้เกิดมลพิษ น้ำเสีย เสียง ฝุ่น ขยะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น และ ชนกลุ่มน้อย ในการดำเนินชีวิต หรือ ประกอบวิชาชีพ
- การละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การถูกล่วงละเมิดทางกาย วาจา ในประเด็นต่างๆ อาทิ เพศสภาพ การแต่งกาย ความเชื่อ ศาสนา ฯลฯ รวมถึงจากกลุ่มอื่น เช่น จากลูกค้า จากร้านค้า จากผู้รับเหมา หรือจากหน่วยงานภายนอกที่ได้ติดต่อประสานงาน
- การบริหารจัดการน้ำของบริษัทฯ จากแหล่งน้ำเป็นไปตามกฎ/หลักการบริการจัดการ เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนหรือสิทธิการใช้น้ำของผู้อื่น เช่น การใช้น้ำมากเกินความจำเป็น การปล่อยน้ำเสีย รวมถึงการตรวจสอบบริษัทคู่ค้า ให้ดำเนินธุรกิจโดยใช้แหล่งน้ำอย่างเคารพต่อสิ่งแวดล้อม
- การจัดการขยะ มลพิษ และวัตถุอันตราย อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
มาตรการบรรเทา ป้องกัน และการจัดการผลกระทบ
บริษัทฯ ได้จำแนกลักษณะของผลกระทบและกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงเพื่อรักษาความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ดังนี้
-
กรณีบริษัทฯ รับทราบและเกี่ยวข้องกับการละเมิดโดยตรง ดำเนินการระงับและแก้ไขผลกระทบที่มีความรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนและความต่อเนื่องทางธุรกิจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ทันที โดยยึดหลักการไม่ประนีประนอมต่อการละเมิดทุกรูปแบบ ผ่านมาตรการขั้นเด็ดขาดในการลงทัณฑ์ทางวินัยหรือยุติการว่าจ้างผู้กระทำผิด ควบคู่กับการดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในการทำงาน ความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) และความเชื่อมั่นของพนักงานอย่างทันท่วงที
-
กรณีบริษัทฯ ได้รับประโยชน์จากการละเมิด บูรณาการมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานทางธุรกิจ
-
กรณีบริษัทฯ ไร้ซึ่งระบบในการรับทราบ ดำเนินการจัดทำมาตรการบรรเทาและฟื้นฟู/เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ พร้อมทั้งยกระดับระบบการทำงานเพื่อเฝ้าระวังเชิงรุก
มาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงสูงหน้างาน (มาตรการเชิงระบบที่ยกระดับจากการประเมินผลกระทบในรอบปีที่ผ่านมา)
บริษัทฯ นำข้อมูลสถิติและฐานการประเมินประเด็นความเสี่ยงระดับสูง ในแต่ละรอบการสำรวจมาพัฒนายกระดับเป็น มาตรการควบคุมและป้องกันเชิงระบบงานหน้างาน เพื่อลดโอกาสการเกิดผลกระทบเชิงลบอย่างเป็นรูปธรรม
| มาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานที่ปฏิบัติงาน | มาตรการด้านการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและการไม่เลือกปฏิบัติ |
|---|---|
|
|
กลไกการรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยา
เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลด้านความโปร่งใสตามมาตรฐานสากล บริษัทฯ ได้จัดตั้งโครงสร้างการรับฟังความคิดเห็นและระบบการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางปฏิบัติเชิงระบบ ดังนี้
-
กลไกการรับเรื่องและแจ้งเบาะแส บริษัทฯ เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์องค์กร ช่องทางการร้องเรียน และระบบอีเมลส่วนกลางอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและผู้ให้ข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผลกระทบเชิงลบหรือการกลั่นแกล้งใด ๆ เกิดขึ้นต่อผู้ร้องเรียน
-
กระบวนการสอบทานข้อเท็จจริงที่เป็นธรรม ทุกข้อร้องเรียนจะได้รับการเข้าสู่ขั้นตอนการสืบสวนอย่างโปร่งใส ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างฝ่ายทรัพยากรบุคคล หน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือคณะกรรมการเฉพาะกิจที่ได้รับการแต่งตั้งตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี เพื่อรับประกันความยุติธรรมและปกป้องสิทธิ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสูงสุด
-
การเยียวยาตามหลักมาตรฐานสากล บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับความเสียหายจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยจัดให้มีกระบวนการพิจารณาชดเชยค่าเสียหาย ตลอดจนการบรรเทาและฟื้นฟูทั้งทางกายภาพหรือจิตใจอย่างเหมาะสม โดยต้องไม่ต่ำกว่าอัตราหรือเกณฑ์พื้นฐานที่กฎหมายกำหนด
ขั้นตอนในการจัดการเรื่องร้องเรียน
เพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาสิทธิมนุษยชนและข้อร้องเรียนทุกกรณีจะได้รับการดูแลจนเสร็จสิ้นกระบวนการอย่างโปร่งใส
กลไกการคุ้มครอง ป้องกัน และตอบสนองต่อภัยคุกคาม (มาตรการเชิงระบบที่ยกระดับจากการประเมินผลกระทบในรอบปีที่ผ่านมา)
เพื่อรับประกันสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความปลอดภัยทางจิตใจ และปลอดจากการคุกคามทุกรูปแบบ บริษัทฯ วางกลไกควบคุมและปกป้องสิทธิไว้ 2 มิติหลัก ดังนี้
| กลไกรับมือภัยคุกคามจากภายนอกองค์กร | กลไกควบคุมและสร้างวัฒนธรรมความเคารพภายในองค์กร |
|---|---|
|
|
การบริหารจัดการและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยกำหนดแนวทางบริหารจัดการและสุ่มตรวจสอบความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ดังนี้
-
ด้านบุคลากรและพนักงานภายในองค์กร
บริษัทฯ มุ่งส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความเสมอภาคและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ผ่านนโยบายสวัสดิการที่สร้างโอกาสทางอาชีพโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ หรือศาสนา ควบคู่กับการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานอาชีวอนามัยสากล รวมถึงการจัดให้มีช่องทาง People Help Desk และระบบแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) เพื่อให้พนักงานสามารถสะท้อนข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนต่อองค์กรได้โดยตรง
-
ด้านห่วงโซ่อุปทาน คู่ค้า และผู้รับเหมาช่วง
บริษัทฯ กำหนดให้ผู้เช่า พันธมิตรทางธุรกิจ และคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานอย่างเคร่งครัด ผ่าน คู่มือจรรยาบรรณคู่ค้า โดยมีเกณฑ์และมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวดใน 4 มิติแรงงานสากล สอดคล้องตามมาตรฐาน ILO
มุ่งส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เคารพในความเท่าเทียมและไม่มีการเลือกปฏิบัติในทุกกรณี โดยยึดหลักความไม่ประนีประนอม (Zero Tolerance) ต่อการคุกคามหรือการล่วงละเมิดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และทางวาจาในสถานที่ทำงาน
มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยดูแลไม่ให้มีการจ้างแรงงานเด็กที่ต่ำกว่าเกณฑ์ตามกฎหมาย พร้อมส่งเสริมการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานและที่พักอาศัยที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยสำหรับแรงงาน ตลอดจนจัดสรรพื้นที่พักอาศัยของครอบครัวและเด็กให้แยกออกจากพื้นที่เขตก่อสร้างอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการดูแลสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานหญิงและแรงงานที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงเคารพเสรีภาพในการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรองของแรงงาน
มุ่งป้องกันและหลีกเลี่ยงการใช้แรงงานบังคับ และแรงงานทาส ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านการจ้างงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่มีเงื่อนไขผูกมัดทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่ออิสรภาพในการทำงาน
จัดสรรค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม โดยสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายแรงงานกำหนด พร้อมทั้งดูแลชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลา ให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายและตั้งอยู่บนพื้นฐานความสมัครใจของแรงงาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดให้มีการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนแก่พันธมิตรคู่ค้า เพื่อยกระดับความเข้าใจและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
-
ด้านสังคม ชุมชนท้องถิ่น และผู้รับบริการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าร่วมและความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนรอบโครงการ โดยดำเนินมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมหน้างาน อาทิ ควบคุมมลพิษ น้ำเสีย เสียง และฝุ่นละออง ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านการสร้างงานและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังนำหลักการออกแบบอารยสถาปัตยกรรม มาใช้พัฒนาพื้นที่ศูนย์การค้าและพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ทุกคนรวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดหลักการประเมิน วิเคราะห์ผลกระทบ และสุ่มตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกระดับของห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งดำเนินการฟื้นฟู บรรเทา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามแนวทางสากลภายใต้หลักการ “Do No Harm” และ “Remedy First” อย่างเคร่งครัด
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงทางไซเบอร์
ในยุคดิจิทัล การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้เช่า และพนักงานเป็นสิ่งที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญสูงสุด บริษัทได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการบริหารจัดการข้อมูลที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001 และ PDPA เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจน พร้อมเปิดช่องทางให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องสามารถแจ้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส







