เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
17.1 ล้านตารางเมตร-วัน
เทียบเท่า 2.4%
ในปี 2568 จัดสรรพื้นที่เพื่อชุมชนรวมทุกวัตถุประสงค์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าใน 365 วัน
เป้าหมาย

ระยะสั้น ปี 2568: 2% จัดสรรพื้นที่เพื่อชุมชนต่อพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าทั้งหมด-วัน

ระยะกลาง ปี 2577: 7% จัดสรรพื้นที่เพื่อชุมชนต่อพื้นที่เช่าในศูนย์การค้าทั้งหมด-วัน

ระยะยาว ปี 2593: อยู่ในระหว่างการศึกษาตัวชี้วัดที่เหมาะสม

ผลการดำเนินงาน
3,650 ล้านบาท
ในปี 2568 ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมทางการตลาดเพื่อชุมชนที่จัดขึ้นในศูนย์การค้า
7,496 ล้านบาท
ในปี 2568 มูลค่าเชิงบวกด้านรายได้ที่ชุมชนได้รับ เมื่อรวมกับการจัดซื้อจัดจ้างในท้องถิ่น
เป้าหมาย

ระยะสั้น ปี 2568: 4,700 ล้านบาท ชุมชนสามารถสร้างรายได้ จากกิจกรรมทางการตลาดเพื่อชุมชนที่จัดขึ้นในศูนย์การค้า

ระยะกลางปี 2577 1:20 ปรับใช้ตัวชี้วัดใหม่เป็น Social Return on Investment (SROI)

ระยะยาว ปี 2593: อยู่ในระหว่างการศึกษาตัวชี้วัดที่เหมาะสม

ผลการดำเนินงาน
100%
ในปี 2568 บริษัทนำทุกข้อร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ เข้าสู่กลไกการแก้ไขและเยียวยาอย่างเต็มรูปแบบ
เป้าหมาย
100%
ภายในปี 2573 ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนในประเด็นที่เกี่ยวกับชุมชนสำเร็จเรียบร้อย หรือปิดเคสได้ทั้งหมด

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่และมีส่วนร่วมกับชุมชนที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ต้องรับมือกับความหลากหลายของความต้องการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะและลำดับความสำคัญที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบริบท

ความท้าทายหลักคือการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องและได้รับการยอมรับจากบริบทของแต่ละพื้นที่ หากการดำเนินงานขาดความยืดหยุ่นหรือส่งผลกระทบเชิงลบ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นและการยอมรับจากสังคม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต้องให้ความสำคัญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างในการวัดผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยกระบวนการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมกับชุมชนในระยะยาวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสามารถส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนได้อย่างแท้จริง

ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านแนวทางการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value - CSV) โดยการกำหนดทิศทางธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อองค์กรและสังคมโดยรวม ผ่านการดำเนินงานในมิติที่สำคัญ ดังนี้

  • การเสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจท้องถิ่น บริษัทฯ มุ่งสร้างคุณค่าผ่านการเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ โดยการให้การฝึกอบรม จัดหาทรัพยากรที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นจะสะท้อนกลับมาเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของบริษัทฯ ในระยะยาว เมื่อคนในชุมชนพัฒนาขีดความสามารถและก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่า อย่างแข็งแกร่ง

  • การส่งเสริมวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น บริษัทฯ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านแพลตฟอร์มและโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ด้วยการดึง "อัตลักษณ์ท้องถิ่น" มาผสมผสานกับความเชี่ยวชาญของปราชญ์ชุมชน นำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมและการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอาคารให้มีความร่วมสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ปัจจุบันซึ่งกลายเป็นจุดแข็งที่สร้างความโดดเด่นให้กับศูนย์การค้า

  • การสร้างความสัมพันธ์และการฟื้นฟูสังคม บริษัทฯ สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นผ่านการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน และความร่วมมือในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ควบคู่ไปกับการดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการเพื่อสังคมเชิงลึก อาทิ "สโมสรกีฬาเซ็นทรัล" ที่สนับสนุนโครงการส่วนพระองค์ภาฯ (BBG) เพื่อส่งเสริมทักษะด้านกีฬาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดในสถานฝึกอบรมและสถานพินิจฯ เพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ มอบโอกาสในการประกอบสัมมาอาชีพเป็นนักกีฬาหรือผู้ฝึกสอนในอนาคต

นอกจากนี้ การนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อพัฒนาสินค้า บริการ และโครงการต่าง ๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหาสังคม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังเป็นอีกแนวทางที่บริษัทฯ สามารถนำมาใช้

เพื่อส่งเสริมการพัฒนา ชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจควรเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็น "ศูนย์กลางการใช้ชีวิต" บริษัทฯ ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน

เพื่อให้การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาชุมชนตามนิยาม 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) ชุมชนโดยรอบโครงการ (รัศมี 8-10 กิโลเมตร), (2) ชุมชนในจังหวัดหรือจังหวัดใกล้เคียง, (3) กลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ เด็กและเยาวชนชายแดน และ (4) หน่วยงานรัฐและภาคสังคม ซึ่งสอดคล้องกับหลักการ “ก้าวไปด้วยกัน ผูกพันยั่งยืน” ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินการวัดผลกระทบของโครงการเพื่อประเมินคุณภาพชีวิตของชุมชนและนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงแนวทางการมีส่วนร่วมในระยะยาว พร้อมจัดสรรงบประมาณ ทรัพยากรบุคคล และพื้นที่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

การประเมินความเชื่อมโยงทางสังคมผ่านกรอบ DIROs

บริษัทฯ ตระหนักว่าความสำเร็จของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้า แยกไม่ออกจากความเข้มแข็งของชุมชนรอบข้าง ในการกำหนดกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านสังคม จึงได้นำกรอบการประเมิน DIROs มาช่วยในการเชื่อมโยงกับการประเมินความเสี่ยง โอกาส ผลกระทบและการพึ่งพาของธุรกิจต่อชุมชน

  • การพึ่งพาสังคมและชุมชน (Dependencies) ธุรกิจของบริษัทฯ ต้องพึ่งพาการยอมรับจากชุมชนเป็นรากฐานสำคัญ ทั้งในด้านการใช้พื้นที่ การเข้าถึงระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนการพึ่งพากำลังซื้อและทรัพยากรบุคคล ทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ จากคนในท้องถิ่น

  • ผลกระทบทางสังคม (Impacts) การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบทั้งเชิงบวก เช่น การสร้างงาน, การกระจายรายได้, การเป็นศูนย์กลางชุมชน และเชิงลบ เช่น ความแออัดด้านการจราจร, ผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม หรือสิ่งแวดล้อมรอบโครงการ ซึ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะขยายผลกระทบเชิงบวกและบรรเทาผลกระทบเชิงลบอย่างเต็มความสามารถ

  • ความเสี่ยงทางธุรกิจ (Risks) หากบริษัทฯ ละเลยการดูแลชุมชนและผลกระทบที่เกิดขึ้น อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านข้อร้องเรียน ข้อพิพาท หรือความขัดแย้ง ซึ่งอาจบานปลายสู่การต่อต้านโครงการ ทำให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง หรือกระทบต่อภาพลักษณ์และรายได้ของศูนย์การค้า

  • โอกาสในการสร้างคุณค่าร่วม (Opportunities) การประยุกต์ใช้โมเดลการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value - CSV) เปิดโอกาสให้บริษัทฯ สามารถเปลี่ยนชุมชนเปราะบางหรือผู้ประกอบการรายย่อยให้กลายมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น ผู้รับเหมาช่วง และเกษตรกรอินทรีย์ และ GI ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ทางอ้อม (Cross-selling) สร้างความโดดเด่นให้ศูนย์การค้า และลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย

การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน

บริษัทฯ นำสินทรัพย์ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญขององค์กร มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน โดยบูรณาการเข้ากับกระบวนการดำเนินธุรกิจหลัก ภายใต้พันธกิจขององค์กร คือ “ก้าวไปด้วยกัน ผูกพันยั่งยืน” ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการความเสี่ยงเชิงลบไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมเชิงบวก ผ่านแนวทางปฏิบัติ 4 มิติหลัก ดังนี้

บริษัทฯ จำแนกกลุ่มชุมชนตามรัศมีทางภูมิศาสตร์เพื่อประเมินความเสี่ยงและออกแบบแนวทางการดูแลได้อย่างตรงจุด ดังนี้

  • รัศมีไม่เกิน 8-10 กิโลเมตร คือ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เน้นมาตรการเฝ้าระวัง บริหารจัดการผลกระทบ และสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างใกล้ชิด
  • รัศมี 10 กิโลเมตรขึ้นไป คือ ชุมชนผู้ใช้บริการประจำ เน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและตอบสนองความต้องการของชุมชน
  • ระดับจังหวัด/ประเทศ เน้นการสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ และการยกระดับสังคมในภาพรวม

เพื่อทำความเข้าใจความคาดหวัง บริษัทฯ เปิดช่องทางการรับฟังเสียงชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งการทำประชาพิจารณ์ ก่อนการก่อสร้าง, การลงพื้นที่สัมภาษณ์กลุ่ม, การทำแบบสำรวจความพึงพอใจ, และช่องทางรับเรื่องร้องเรียนแบบออนไลน์และออฟไลน์ (Call Center, Social Media, Website และ QR Code ประจำจุด)

ช่องทางการรับฟังเสียงจากชุมชน

บริษัทฯ กำหนดแผนงานลดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนอย่างเคร่งครัด แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ช่วงระหว่างการก่อสร้าง และ ภายหลังการเปิดให้บริการ โดยดำเนินงานผ่านกลไก 5 ขั้นตอน ได้แก่

  1. การป้องกัน วางแผนและออกมาตรการเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง
  2. การรับฟัง เปิดรับแจ้งเหตุและข้อกังวลผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย
  3. การแก้ไข ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที
  4. การเยียวยา ชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม
  5. การปรับปรุง นำบทเรียนที่ได้ไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงมาตรฐานสำหรับโครงการต่อ ๆ ไป

บริษัทฯ จัดสรรพื้นที่ภายในศูนย์การค้า ได้แก่ พื้นที่ถาวร พื้นที่จัดกิจกรรม ลานดาดฟ้า และพื้นที่ภายนอก เพื่อสาธารณประโยชน์และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ดังนี้

  • ด้านการบริการประชาชนและสาธารณสุข โดยร่วมมือกับภาครัฐและสภากาชาดไทย จัดตั้งศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (G Point / Government Center) สถานีอนามัย และศูนย์รับบริจาคโลหิตแบบถาวร เพื่อลดความแออัดของหน่วยงานราชการ
  • ด้านการศึกษา กีฬา และเยาวชน
    โดยสนับสนุนพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น TK Park ณ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนในการแสดงผลงานวิชาการและสันทนาการ ตลอดจนสนับสนุนพื้นที่จัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ
  • ด้านศิลปวัฒนธรรม และการทำนุบำรุงศาสนา
    โดยร่วมกับปราชญ์ชุมชน และศิลปินท้องถิ่น นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคาร (Eco-cultural Design) และการออกแบบดีไซน์ในกิจกรรมทางการตลาด อีกทั้งส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านการเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ทุกศาสนาและงานอนุรักษ์มรดกไทย ดูรายละเอียดศูนย์การค้าที่ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นในการออกแบบได้ ที่นี่
  • ด้านการสร้างงานและกระจายรายได้ โดยเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น, จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (OTOP, Farmer Market) รวมถึงโครงการ "ตลาดจริงใจ ฟาร์เมอร์มาร์เก็ต" สนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ และจัดสรรพื้นที่ฟรีให้กลุ่มผู้พิการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

บริษัทฯ จัดสรรงบประมาณการลงทุน งบดำเนินงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ดังนี้

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ โดยลงทุนสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรอบศูนย์การค้า เช่น สะพานกลับรถ, การขยายช่องจราจร, การขุดลอกคูคลอง และดูแลพื้นที่สวนสาธารณะใกล้เคียง
  • การจัดซื้อจัดจ้างที่สร้างผลกระทบทางสังคม โดยบูรณาการเศรษฐกิจชุมชนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการจัดซื้อสินค้าสิ้นเปลืองและของขวัญองค์กรจากวิสาหกิจชุมชน, จัดจ้างกลุ่มผู้พิการและ ผู้จัดกิจกรรมในท้องถิ่น (Local Organizer) รวมถึงจ้างงานชุมชนในการปลูกและดูแลป่าภายใต้โครงการ "ปลูกป่าซับคาร์บอน 1 ล้านต้น"
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและจิตอาสา บริษัทฯ ไม่เพียงสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมจิตอาสาทั่วไป (Belief in Actions) แต่ยังยกระดับพนักงานให้เป็น "ตัวแทนขับเคลื่อนคุณค่าร่วม (CSV Agents)" โดยได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เชิญชวนพนักงานมาสวมหมวกเป็นตัวแทนชุมชน เพื่อค้นหาปัญหา และวิเคราะห์โอกาสที่พนักงานจะสามารถนำทักษะความเชี่ยวชาญไปช่วยเหลือสังคม ซึ่งแนวทางนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของชุมชน แต่ยังสร้างประโยชน์กลับคืนสู่องค์กรอีกด้วย
  • การบรรเทาสาธารณภัยระดับพื้นที่ โดยบูรณาการความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ดำเนินการบริหารจัดการภาวะวิกฤต พร้อมให้พนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนในยามประสบเหตุ เพื่อบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูชุมชนอย่างทันท่วงที
  • การพัฒนาโอกาสสำหรับกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนพื้นที่ และเปิดรับสมัครงานเพื่อให้กลุ่มเปราะบาง ได้ประกอบสัมมาชีพตามกำลังความสามารถร่วมกันในสังคม
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน (Go Local, Love Local) ร่วมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในส่วนภูมิภาค

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมในระดับมหภาค จำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายทรัพยากรที่เข้มแข็ง จึงได้ผนึกกำลังกับ "กลุ่มเซ็นทรัล" ผ่านโครงการ "เซ็นทรัล ทำ (Central Tham)" ซึ่งเป็นโครงการเพื่อความยั่งยืนระดับกลุ่มบริษัท ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชุมชนร่วมกันแบบบูรณาการ (Ecosystem Approach) โดยใช้จุดแข็งด้านพื้นที่ของศูนย์การค้า ผสานกับองค์ความรู้และเครือข่ายของกลุ่มเซ็นทรัล ในการดำเนินโครงการหลัก ดังนี้

  • การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและเกษตรกร อาทิ โครงการ "ตลาดจริงใจ ฟาร์เมอร์มาร์เก็ต" โดยบริษัทฯ สนับสนุนพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในศูนย์การค้า ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้และการคัดกรองเกษตรกร เพื่อเปิดตลาดให้กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกผักผลไม้ปลอดสารพิษและเกษตรอินทรีย์ได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า สร้างรายได้หมุนเวียนและพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน
  • การบริหารจัดการภาวะวิกฤตและบรรเทาสาธารณภัย ในสถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย บริษัทฯ ดำเนินการร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลและ มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ อย่างใกล้ชิด เพื่อรวมสรรพกำลังในการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การรับมือเมื่อเกิดเหตุ การมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาทุกข์ ไปจนถึงการลงพื้นที่ฟื้นฟูเยียวยาชุมชนและโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ
  • การพัฒนาการศึกษาและฟื้นฟูกลุ่มเปราะบาง ร่วมขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำร่วมกับโครงการเซ็นทรัล ทำ ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษาและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลน นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ สโมสรกีฬาเซ็นทรัล สนับสนุนโครงการส่วนพระองค์ภาฯ (BBG) เพื่อใช้ทักษะด้านกีฬาเป็นเครื่องมือฟื้นฟูเยาวชนที่ก้าวพลาดในสถานพินิจฯ ให้ได้รับโอกาสทางวิชาชีพและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  • การส่งเสริมสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตระดับชาติ ผนึกกำลังร่วมกับ "กลุ่มเซ็นทรัล" และ "สภากาชาดไทย" ในการผลักดันโครงการรับบริจาคโลหิตระดับประเทศ โดยใช้พื้นที่ศูนย์การค้าของบริษัทฯ เป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการรับบริจาคโลหิตแบบถาวรและหน่วยเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นการใช้จุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งของธุรกิจ มาช่วยจัดหาโลหิตสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการทางการแพทย์ของประเทศในภาวะวิกฤต
เดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความยั่งยืน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด "Creating Shared Value (CSV)" บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างเมืองที่น่าอยู่ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ชุมชน / ตัวแทนชุมชน รวมหน่วยงานกำกับ ภาครัฐ ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ