การบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากร
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความหลากหลายของบุคลากร และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่มีต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและเท่าเทียม ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปรับตัว สร้างแรงจูงใจในการทำงาน และส่งเสริมการเติบโตร่วมกันขององค์กร พนักงาน และสังคม นำไปสู่การสร้างคุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาวให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
1. การบริหารความหลากหลายและการส่งเสริมความเท่าเทียมในองค์กร
ด้วยโครงสร้างองค์กรที่มีพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์กระจายตัวในระดับมหภาค บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายในการกำกับดูแลสภาพแวดล้อม และสุขภาวะการทำงาน รวมถึงการบริหารบุคลากรที่มีความหลากหลายทั้งด้านสายวิชาชีพ พื้นที่ปฏิบัติงาน และโครงสร้างอายุ จำเป็นต้องบริหารระบบสวัสดิการที่ยืดหยุ่นและโอบรับความแตกต่าง ควบคู่กับการสร้างแนวปฏิบัติที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการบริหารงานบุคคล เพื่อสร้างความโปร่งใส เป็นธรรม และรักษาความผูกพันของบุคลากร อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์องค์กรในฐานะจุดหมายปลายทางของคนทำงาน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง และคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าขององค์กรให้อยากเข้ามาร่วมงาน ซึ่งจะขับเคลื่อนความต่อเนื่องทางธุรกิจในระยะยาว
2. การเพิ่มพูนทักษะเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนวัตกรรมและสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจ ส่งผลให้องค์กรต้องเร่งพัฒนา ยกระดับ และปรับเปลี่ยนทักษะ โดยเฉพาะการสร้างความพร้อมด้านดิจิทัล เพื่อปิดช่องว่างทางทักษะ ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารต้นทุนการพัฒนามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าการยกระดับทักษะดังกล่าวจะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภาพต่อหัว ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้กระชับ ช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน สร้างมูลค่าเพิ่ม ก้าวทันต่ออัตราการเติบโตและขับเคลื่อนผลิตภาพสูงสุดให้แก่องค์กร
3. การพัฒนาศักยภาพและสร้างแรงจูงใจของบุคลากรผ่านการสร้างคุณค่า
ท่ามกลางความคาดหวังในการขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกับภาคส่วนภายนอก องค์กรเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาทักษะการประสานงานเชิงกลยุทธ์ และทักษะการคิดเชิงระบบของบุคลากร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษามาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทฯ ไว้อย่างครบถ้วน ความท้าทายดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำคัญในการใช้โครงการความร่วมมือกับพันธมิตรและภาคประชาสังคมเป็นพื้นที่เรียนรู้จริง เพื่อยกระดับภาวะผู้นำและทักษะแห่งอนาคตของพนักงาน ขณะเดียวกัน การเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและเป้าหมายในการทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มความผูกพันต่อองค์กร และสร้างแรงดึงดูดใจต่อกลุ่มผู้มีความสามารถสูงในระยะยาว
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกมิติ เพราะเชื่อว่าบุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความ เติบโตและความยั่งยืนขององค์กร การส่งเสริมศักยภาพบุคลากรไม่เพียงแต่ช่วยให้พนักงานสามารถพัฒนาทักษะของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงาน ส่งเสริมความผูกพัน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพนักงานและองค์กรไปพร้อมกัน
การกำกับดูแลและกลยุทธ์การบริหารจัดการทุนมนุษย์
บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการและพัฒนาทุนมนุษย์ภายใต้โครงสร้างการกำกับดูแลที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยมี คณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระดับองค์กร เป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และกรอบแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรโดยตรง อาทิ นโยบายการปฏิบัติต่อพนักงาน จรรยาบรรณธุรกิจ และนโยบายการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งทำหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานและทิศทางเชิงกลยุทธ์ต่อ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อยในระดับกรรมการบริษัท เพื่อให้มั่นใจในระบบการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีธรรมาภิบาล
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังยึดมั่นในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานกฎหมายแรงงานประเทศไทยและกรอบมาตรฐานสากล ได้แก่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และหลักการปฏิญญาโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับมาตรฐานสิทธิประโยชน์ทางแรงงาน สุขภาวะ และความเท่าเทียม เพื่อสนับสนุนการขยายพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์และการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในการเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับบุคลากรในทุกภาคส่วน โดยมีกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในระยะยาว ดังนี้
- การสรรหาและบ่มเพาะกลุ่มผู้มีความสามารถสูง มุ่งเน้นการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพและเร่งยกระดับทักษะแห่งอนาคต โดยเฉพาะด้านดิจิทัล นวัตกรรม และภาวะผู้นำ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีและการขับเคลื่อนประสิทธิภาพองค์กร
- การส่งเสริมสุขภาวะ ความโปร่งใส และความเท่าเทียม การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล การบริหารระบบสวัสดิการที่ยืดหยุ่นโอบรับความหลากหลาย ตลอดจนการกำกับดูแลสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานหน้าสาขาและสำนักงานใหญ่ให้มีความปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี
- การหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ขับเคลื่อนพฤติกรรมพนักงานผ่านแนวคิด "4 ความเชื่อขององค์กร" เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ยกระดับความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กรในระยะยาว
การสรรหาบุคลการ
บริษัทฯ มีการกำหนดคุณสมบัติของบุคลากรในแต่ละตำแหน่งงานเพื่อเป็นเกณฑ์ในการสรรหาคัดเลือกทั้งจากภายใน และภายนอกองค์กร โดยไม่เลือกปฏิบัติ เปิดโอกาสให้กับบุคลากรทุกเพศสภาพ ทุกเชื้อชาติ และไม่แบ่งแยกพื้นฐานของแต่ละปัจเจกบุคคล ภายใต้แผนงานการวางอัตรากำลังคน และกลยุทธ์สรรหาและเสริมสร้าง โดยมีการวิเคราะห์และทำนายชุดข้อมูลด้วยระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลแบบดิจิตัล หรือ ระบบ CneXt
นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความสมดุลทางเพศ โดยมุ่งมั่นรักษาสัดส่วนพนักงานหญิง ผู้บริหารหญิง และผู้หญิงในแต่ละหน่วยงานสำคัญ เช่น หน่วยงาน STEM และหน่วยงานที่สร้างรายได้ ให้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมในองค์กร
| ช่องทางการสรรหา | |
|---|---|
|
การสรรหาบุคลากรจากภายในองค์กร
|
การสรรหาบุคลากรจากภายนอกองค์กร ผ่านสื่อและช่องทางออนไลน์ อาทิ เช่น การสรรหาผ่านบริษัทจัดหางาน การสรรหาผ่านช่องทางของบริษัทฯ
|
ภายใต้กลยุทธ์การสรรหาและพัฒนาบุคลากรแบบผสมผสาน บริษัทฯ ได้นำข้อมูลจากใบสมัครงาน การคัดเลือกบุคลากร การลาออก การเคลื่อนย้ายตำแหน่ง การเลื่อนขั้น ข้อมูลพนักงาน การเกษียณอายุ จำนวนพนักงานปัจจุบัน รวมถึงอัตราว่างงาน มาประมวลผลและวิเคราะห์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดการณ์ความต้องการบุคลากรและการสรรหาภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสามารถเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนเพื่อทดแทนตำแหน่งผู้บริหารระดับสำคัญได้อย่างเหมาะสม
การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และทักษะแห่งอนาคต
บริษัทฯ กำหนดแนวทางการพัฒนาบุคลากรเป็น 3 ส่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะความสามารถและความรู้เฉพาะฝ่ายงาน การพัฒนาภาวะผู้นำ และการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ และผู้สืบทอดตำแหน่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ รวมถึงการแข่งขันด้านการสรรหาบุคลากรในตลาดแรงงาน
การพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
สื่อสารและประชาสัมพันธ์แนวทางการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้พนักงานกำหนดเป้าหมายทางอาชีพได้ชัดเจน สามารถวางแผนการพัฒนาอาชีพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทบทวน และปรับปรุงแผนพัฒนารายบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพสูง
เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานดีเยี่ยม และมีศักยภาพในการเติบโตเป็นผู้บริหาร เพื่อส่งเสริมให้พนักงาน ได้รับการพัฒนาตามแผนพัฒนาศักยภาพรายบุคคล เพื่อส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองของพนักงาน ให้พร้อมสำหรับการเติบโตภายในองค์กร ทั้งยังเป็นการรองรับ การขยายตัวของธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้จะมีการติดตามความคืบหน้าผลการพัฒนาของบุคลากรที่อยู่ในโครงการร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและหัวหน้างานทุกไตรมาส ซึ่งรวมถึงการพิจารณาผลตอบแทน โอกาสก้าวหน้า และความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร
ดำเนินการเรื่องการวางแผนผู้สืบทอด
สำหรับผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งสำคัญขององค์กรร่วมกับผู้บริหารสูงสุดของสายงาน ในการจัดทำแผนพัฒนา ประกอบด้วย “การวางแผนอาชีพ” และ “แผนพัฒนาสายอาชีพรายบุคคล” โดยตำแหน่งสำคัญที่มีผู้สืบทอด และกำลังอยู่ในการพัฒนาตามแผนที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ 88 ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีการติดตามความคืบหน้าผลการพัฒนาในทุก ไตรมาส
นำระบบ Business Intelligence หรือ BI มาปรับใช้
ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบริหารบุคลากร เพื่อสนับสนุนหัวหน้างาน เช่น ระดับความผูกพันของบุคลากร ข้อมูลแสดงผลตอบแทนของพนักงานที่มีศักยภาพสูง (เพื่อพิจารณาปีละ 2 ครั้ง นอกเหนือจากการปรับเงินเดือนรอบปกติ)
การพัฒนาภายใต้ความร่วมมือในกลุ่มเซ็นทรัล
- โปรแกรมการเรียนรู้เพื่อช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารคน
- โปรแกรมการเรียนรู้สำหรับระดับผู้บริหาร เพื่อให้เป็นผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพ ผลักดันทีมให้มีศักยภาพสูงสุด โดยจะได้เรียนรู้แบบ Project-base action learning
- โปรแกรมการเรียนรู้สำหรับทีมผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะ เช่น ‘EDP - Executive Development Program’ และ ’MDP – Management Development Program’ ซึ่งเป็นโครงการรวมผู้บริหารระดับสูง จนถึงระดับกลางในทุกภาคธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล จากไทย เวียดนาม และยุโรป ภายใต้ธีม “Becoming Future-Ready Organization” โดยเน้นแผนการเรียนรู้ในเรื่อง การเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่จะมาถึง การเรียนรู้ภาวะการเป็นผู้นำ และการเตรียมพร้อมด้านคนเพื่อพัฒนาและรักษาคนเก่งขององค์กร และผู้สืบทอดตำแหน่งต่อไป
การพัฒนาผู้นำ
โครงการ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าฝึกหัด หรือ GM Trainee
ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้า จัดเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจของบริษัท โดยบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะครอบคลุมความรู้เรื่องการบริหารศูนย์การค้า ควบคู่กับการพัฒนาภาวะผู้นํา เน้นรูปแบบการลงมือปฎิบัติหน้างานจริง และมีผู้จัดการทั่วไปประจําสาขาเป็นพี่เลี้ยงสอน ซึ่งริเริ่มโครงการตั้งแต่ ปี 2560 มี GM Trainee เฉลี่ยปีละ 10 คน โดยระหว่างการปฏิบัติงานจริง และอยู่ในช่วงการประเมินผลปฏิบัติงาน จะอยู่ในตำแหน่ง Acting Assistant General Manager
การอบรม และพัฒนาศักยภาพ และความสามารถของบุคลากร
การพัฒนาศักยภาพหัวหน้างาน
People Manager Program เป็นโปรแกรมที่จะช่วยเสริม “ศักยภาพในการบริหารคน” สำหรับหัวหน้างานให้สามารถสร้างความสำเร็จผ่านทีมงานได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเพิ่มบทบาทการบริหารบุคคลให้กับหัวหน้างาน เป็นการเรียนแบบ Micro-learning ผ่านระบบ CneXt และผ่านระบบ Live
ทักษะแห่งอนาคต และการสร้างนวัตกรรมในองค์กร
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างทักษะพนักงานให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล โดยจัดหลักสูตร ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล อาทิ Data Analytics, AI, Automation และ Digital Marketing ผ่านแพลตฟอร์ม e-Learning และเวิร์กช็อปที่จัดโดยผู้เชี่ยวชาญ อาทิหัวข้อ AI Literacy, AI 102: Co-Pilot Workshop, Cyber Awareness และการใช้ Generative AI อย่างปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์บริบทขององค์กรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรม
หนึ่งในโครงการสำคัญของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) คือ โครงการ “The Power of Dream” ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับสามารถนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ในการพัฒนานวัตกรรม และปรับปรุงกระบวนการทำงาน
โดยโครงการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารและงบประมาณในการดำเนินการจริง ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานแล้ว ยังส่งเสริมให้พนักงานเกิดความคิดสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร
เสริมทักษะและจิตสำนึกด้านความยั่งยืน
เสริมทักษะและจิตสำนึกด้านความยั่งยืน โดยจัดอบรมออนไลน์ E-Learning อาทิ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หลักสูตรอบรมด้านความปลอดภัย หลักสูตรอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
โปรแกรม ‘ทุนปริญญาโท’
จากการเปิดรับบุคลากรที่สนใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท โดยมุ่งเน้นการให้ทุนในหลักสูตรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและดิจิทัล และ หลักสูตรที่เกี่ยวเนื่องกับคณะวิทยาศาสตร์ข้อมูล คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะการตลาดดิจิทัล และคณะนวัตกรรมดิจิทัล เป็นต้น ทั้งนี้พนักงานต้องมีอายุงานในบริษัทฯ อย่างน้อย 2 ปี มีผลประเมินการปฏิบัติงานในระดับดีถึงดีมากติดต่อกัน 2 ปี และสามารถจัดสรรเวลาเรียนควบคู่ไปกับการทำงานประจำได้
การบริหารผลการดำเนินงานและการรักษาบุคลากร
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความชัดเจนแก่พนักงานเกี่ยวกับทิศทางที่บริษัทฯ ต้องการจะผลักดัน รวมไปถึงสร้างให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมายองค์กรและความต้องการของพนักงาน บริษัทจึงใช้เครื่องมือบริหารเป้าหมายและติดตามผลลัพธ์สำคัญตามวัตถุประสงค์ (OKR- Objectives and Key Results) ในการวัดและประเมินผลงานของพนักงานในทุกระดับ โดยบรรจุกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานรายบุคลากรดังกล่าวไว้บนระบบดิจิทัล โดยมีกระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย OKRs ไปจนถึงการพิจารณาการปรับเงินเดือน เพื่อให้การประเมินพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้มีการหารืออย่างเปิดเผย บริษัทฯ ได้ใช้รูปแบบการประเมินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Management by Objective ซึ่งเป็นการประเมินตามดัชนีชี้วัดที่ได้กำหนดร่วมกับพนักงาน Multidimensional Performance Appraisal ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการประเมินแบบ 360 องศา โดยวิธีนี้เปิดให้พนักงานได้รับฟังความคิดเห็นจากมุมมองต่าง ๆ รวมถึงให้พนักงานสามารถให้ความคิดเห็นหรือข้อเสอนแนะต่อเพื่อร่วมงานและผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีวิธี Team-based performance appraisal ที่มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์และประสิทธิภาพของทีมโดยรวม มากกว่าการประเมินผลงานของแต่ละบุคคลเพียงอย่างเดียว วิธีนี้ช่วยส่งเสริมความร่วมมือ ความรับผิดชอบร่วมกัน และการบรรลุเป้าหมายของทีม และ Agile conversation ซึ่งแนวทางการสื่อสารที่เน้นการให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง การพูดคุยแบบเรียลไทม์ และการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
-
การตั้งเป้าหมาย
เริ่มตั้งแต่ระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจ ระดับสายงาน ระดับทีม ลงไปจนถึงระดับพนักงานรายบุคคล ซึ่ง OKRs ในแต่ละระดับจะมีความคอดคล้องกัน และโยงไปสู่เป้าหมายในระดับองค์กร นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดให้มีการเทียบเคียงเป้าหมายในระดับหน่วยธุรกิจและสายงาน เพื่อผลักดันการทำงานและการประสานงานข้ามหน่วยงาน รวมไปถึงการประเมินผลแบบทีม (team-based appraisal) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการผลักดันให้เป้าหมายขององค์กร และสร้างแรงจูงใจให้พนักงานแสดงศักยภาพสูงสุดของตนเอง
-
การติดตามความก้าวหน้าของผลปฏิบัติงานระหว่างปี
บริษัทฯมีการนำกระบวนการพูดคุยการประเมินผลงาน (Performance Conversation) ระหว่างหัวหน้างานและผู้ใต้บังคับบัญชามาใช้ปีละ 2 ครั้ง โดยปรับใช้วิธีการโค้ชและการให้ฟีดแบค (Coaching and Feedback) รวมไปถึงผลจากการประเมิน 360 องศาจากผู้บังคับบัญชาทางอ้อม ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้พนักงานทราบถึงสิ่งที่จำเป็นต้องพัฒนาและสิ่งที่ทำได้ดี
-
การประเมินผลงานปลายปี
เมื่อหัวหน้างานประเมินผลงานพนักงานของตนเรียบร้อย บริษัทฯ มีการจัดการประชุมเพื่อเทียบเคียงผลการประเมินของพนักงานในระดับหน่วยธุรกิจเดียวกัน เพื่อให้การประเมินผลงานมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน และสะท้อนถึงผลงานของพนักงานอย่างแท้จริง
เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ บริษัทฯ อำนวยความสะดวกต่อการวิเคราะห์และตัดสินใจด้านการปรับเงินเดือนและโบนัสอย่างเป็นธรรม รวดเร็ว และมีระบบที่โปร่งใส ผ่านระบบบุคลากรดิจิทัล อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลค่าตอบแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกกลุ่มได้รับค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียม รวมถึงการประเมินความเท่าเทียมด้านค่าจ้างระหว่างเพศเป็นประจำ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการกำหนดค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและแข่งขันได้ภายใต้วัฒนธรรมการทำงานที่ให้คุณค่ากับความสามารถ ผลงาน และความสำเร็จ โดยปราศจากอคติทางเพศ
นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้นำผลการประเมิน OKR นี้ไปวิเคราะห์ร่วมกับ ผลสัมฤทธิ์จากพัฒนาบุคลากรตามแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ซึ่งออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งงาน เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเองได้อย่างมั่นคง เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตําแหน่งต่อไป
การดูแลบุคลากรตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานและสวัสดิการที่เป็นธรรม
เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมั่นว่า “คน” คือกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ขององค์กร เราจึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการทำงานให้เหนือกว่าข้อกำหนดทางกฎหมาย พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และโอกาสเท่าเทียมสำหรับทุกคน มีแนวทางในการดูแลบุคากร ดังนี้
- โครงสร้างค่าตอบแทนของบริษัทฯ ถูกออกแบบให้มีความสามารถในการแข่งขันและสอดคล้องกับมาตรฐานตลาด ตามแผนบริหารความเสี่ยงด้านทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน
- ระบบประเมินผลงานและเลื่อนตำแหน่งที่โปร่งใส ยึดหลักการตอบแทนตามความสามารถและความสำเร็จ รวมถึงการกำหนดค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการและผู้บริหารทุกระดับ ภายใต้หลักความเป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงการเติบโตของมูลค่าผู้ถือหุ้นในระยะยาว
- กำกับดูแลชั่วโมงทำงานด้วยระบบดิจิทัล บริหารจัดการชั่วโมงการทำงาน การทำงานล่วงเวลา และการลาพักผ่อนประจำปีผ่านระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลแบบดิจิตัล หรือ CNext เพื่อให้การจ่ายค่าจ้างถูกต้องตามจริง สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน และสนับสนุนสมดุลชีวิตและการทำงาน พนักงานทุกคนจะได้รับค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาอย่างถูกต้อง และสามารถใช้สิทธิลาพักผ่อนได้เต็มสิทธิ์เพื่อให้สามารถฟื้นฟูการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- การส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพแรงงาน: บริษัทฯ ให้อิสระและเสรีภาพแก่พนักงานในการใช้สิทธิเพื่อจัดตั้ง และ/หรือเข้าร่วมกับสหภาพแรงงาน ตลอดจนเสรีภาพในการเจรจาต่อรองตามที่กฎหมายกำหนด
- กลไกการรับฟังและการมีส่วนร่วมจากพนักงาน บริษัทฯ จัดตั้ง ‘คณะกรรมการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย’ และ‘คณะกรรมการสวัสดิการ’ ทั้งในระดับองค์กรและสาขา ซึ่งมีทั้งผู้แทนนายจ้างและพนักงานที่ได้รับการเลือกตั้งตามกฎหมาย โดยประชุมประจำทุกเดือนเพื่อทบทวนเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุ และกำหนดมาตรการป้องกัน สร้างการมีส่วนร่วมและบทสนทนาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขในการทำงาน ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต เพื่อให้มีตัวแทนของบุคลากรในการร่วมปรึกษาหารือกับองค์กรในการจัดสวัสดิการที่จำเป็น และเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความต้องการสวัสดิการของบุคลากรให้องค์กรทราบ รวมทั้งร่วมปรึกษาหารือให้ข้อเสนอแนะ ตลอดจนตรวจสอบ ดูแล การจัดสวัสดิการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- การยกระดับความคุ้มครองทางสังคม จัดอบรมเสริมสร้างความรู้ในด้านจรรยาบรรณและการปฏิบัติตนที่สำคัญ อาทิ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน สิทธิมนุษยชน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความปลอดภัยในการทำงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการลงทุนในโครงการพัฒนาและปรับทักษะใหม่ (Reskilling & Upskilling) เพื่อเตรียมความพร้อมของพนักงานต่อการเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ มอบสวัสดิการและสิทธิการลาที่ครอบคลุมมากกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัวในทุกช่วงวัย และสนับสนุนความหลากหลายอย่างครอบคลุมสำหรับพนักงานทุกอัตลักษณ์และโครงสร้างครอบครัวอาทิ
-
สิทธิการลาเพื่อคุณภาพชีวืต
- ลาพักร้อน เริ่มต้นที่ 6 วัน และเพิ่มขึ้นตามอายุงาน สูงสุดตามระดับตำแหน่ง
- ลาคลอดบุตร ได้สูงสุด 120 วันตามปฏิทิน และได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา เป็นจำนวน 60 วัน
- ลาอุปสมบท (ทดแทนการลาคลอดบุตร) สำหรับพนักงานชาย สูงสุด 105 วัน เพื่อปฏิบัติศาสนกิจและแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดา (ถือเป็นสิทธิตามประเพณีทดแทนการลาคลอดบุตร)
- ลาฌาปนกิจ ได้รับค่าจ้างตามปกติ 7 วัน ในกรณีการสูญเสียบุคคลในครอบครัว
- ลาสำหรับการสมรสเท่าเทียม โดยมอบสิทธิลาหยุดให้แก่พนักงานในทุกโครงสร้างครอบครัวอย่างเสมอภาค
-
ความมั่นคงและสิทธิประโยชน์ทางการเงิน
- สิทธิการรักษาพยาบาลสำหรับพนักงานทุกระดับ
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และโครงการร่วมลงทุนระหว่างพนักงานและนายจ้าง (EJIP)
- โครงการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า (Earned Wage Access – EWA) และเงินกู้ฉุกเฉิน
- การทำข้อตกลงร่วมกับสถาบันการเงิน (MOU) เพื่อรับสิทธิเงินกู้พิเศษสำหรับพนักงาน
- การส่งเสริมความรู้ทางการเงินและประกันชีวิตผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานกลุ่มเซ็นทรัล
- ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท สำหรับพนักงาน (รายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ “การพัฒนาบุคลากร”)
- ทุนการศึกษาสำหรับบุตรพนักงาน
- สิทธิพิเศษและส่วนลดพนักงานในเครือเซ็นทรัล, แบรนด์ The 1 และร้านค้าพันธมิตรภายในศูนย์การค้าสิทธิพิเศษจากร้านค้าภายในศูนย์การค้า
- แพ็กเกจประกันสุขภาพราคาพิเศษและการดูแลโรคร้ายแรงสำหรับครอบครัว รวมถึงการช่วยเหลือกรณีบริจาคโลหิตฉุกเฉิน
- การจ้างงานอย่างครอบคลุม สนับสนุนการทำงานแบบพาร์ทไทม์ในบางตำแหน่งงานและบางช่วงวัย เช่น โครงการส่งเสริมการจ้างงานสำหรับผู้เกษียณอายุ พนักงานที่มีภาระในการดูแลครอบครัว และโครงการนำร่องส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการก่อนเกษียณสำหรับผู้ประกอบการศูนย์อาหาร
-
นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น
สนับสนุนรูปแบบการทำงานทั้งแบบรีโมทและแบบผสมผสานอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบาย Work from Home อย่างเป็นทางการ และเปิดโอกาสให้พนักงานยื่นคำร้องขอทำงานจากที่ใดก็ได้ (Work from Anywhere) ภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผลเพื่อส่งเสริมความร่วมมือควบคู่กับสมดุลชีวิตส่วนตัว โดยพนักงานทุกคนได้รับการจัดสรรคอมพิวเตอร์พกพาและเครื่องมือดิจิทัลระดับสากล (Microsoft Office 365 / Teams / ระบบคลาวด์) ในการติดต่อสื่อสารอย่างปลอดภัยและคล่องตัว
-
การกำหนดเวลาเข้า-ออกงานที่เลือกได้
บริษัทฯ จัดทำนโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นสำหรับพนักงานสำนักงานใหญ่ โดยสามารถเข้าทำงานได้ระหว่างเวลา 07:30–09:30 น. และออกระหว่าง 17:00–19:00 น. โดยยังคงจำนวนชั่วโมงการทำงานและเวลาพักตามมาตรฐาน
-
การออกแบบพื้นที่สำนักงาน “Smart Office”
บริษัทฯ มุ่งยกระดับคุณภาพสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้สอดคล้องกับวิถีการทำงานยุคใหม่ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบพื้นที่ทำงาน รวมถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง
-
สิ่งอำนวยความสะดวกที่โอบรับความหลากหลาย
จัดสรรพื้นที่ประชุมที่ยืดหยุ่น บูธเก็บเสียง และระบบถ่ายทอดสดเพื่อรองรับการสื่อสารภายในองค์กร หรือ Townhall รวมถึงสิทธิการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในศูนย์การค้าที่บริษัทฯ บริหารจัดการ เช่น ห้องให้นมบุตร ห้องละหมาด และสนามเด็กเล่น เพื่อรองรับชีวิตครอบครัวและวัฒนธรรมที่หลากหลายของพนักงาน
การส่งเสริมความผูกพันของพนักงานและวัฒนธรรมองค์กร
เซ็นทรัลพัฒนาตระหนักดีว่าความสุขและความผูกพันของบุคลากรส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จและเสถียรภาพขององค์กร บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนทั้งมิติด้านจิตใจ ผลลัพธ์เชิงพฤติกรรม และการเติบโตในสายอาชีพอย่างเป็นระบบ
1. กรอบแนวคิดสุขภาวะองค์รวม “YOU ดี ME สุข”
บริษัทฯ ขับเคลื่อนการดูแลสวัสดิภาพบุคลากรผ่านแนวคิด “YOU ดี ME สุข” เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานในรูปแบบการทำงานยุคใหม่ ครอบคลุม 4 แกนหลักสำคัญ
- สุขภาพกาย: จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายในร่ม เช่น ไพล็อกซิ่ง และโยคะ ควบคู่กับบริการนวดบำบัดเพื่อสุขภาพโดยผู้พิการทางการมองเห็น
- สุขภาพจิต: จัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพจิต โครงการดูแลสภาวะอารมณ์ ความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับอาการออฟฟิศซินโดรม และโปรแกรมดูแลสุขภาพจิตเพื่อสร้างสมดุล Work-Life Balance เช่น i-Strong
- สุขภาพทางการเงิน: จัดโปรแกรมให้คำปรึกษา แนะนำความรู้ทางการเงิน และการวางแผนทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้แก่พนักงาน
- ความสัมพันธ์: สร้างบรรยากาศการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุข เปิดกว้าง ปลอดภัย และเกื้อกูลกันในทุกระดับองค์กร
2. การรับฟังเสียงของพนักงานและการประเมินความผูกพัน
-
กระบวนการสำรวจความผูกพันประจำปี
บริษัทฯ เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับสะท้อนความคิดเห็นผ่านแบบสำรวจความผูกพันของพนักงาน หรือ “CG Voice” ปีละ 2 ครั้ง ตามกรอบการประเมินความผูกพันของพนักงานสู่การเป็นองค์กรในหัวใจพนักงาน (Employer of Choice) ของบริษัทคินเซนทริค ประกอบด้วย 6 หมวดคำถาม ได้แก่ (1) ความพึงพอใจและยึดมั่นในองค์กร (2) ประสบการณ์ทำงาน (3) วัฒนธรรมองค์กร (4) ความสุขและการจัดการความเครียด (5) หัวหน้างาน และ (6) คุณค่าและเป้าหมายในการทำงาน
ความพึงพอใจและยึดมั่นในองค์กร
ประสบการณ์ทำงาน
วัฒนธรรมองค์กร
ความสุขและการจัดการความเครียด
หัวหน้างาน
คุณค่าและเป้าหมายในการทำงาน
3. การบริหารความสัมพันธ์และสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม
บริษัทฯ ขับเคลื่อนการดูแลสวัสดิภาพบุคลากรผ่านแนวคิด “YOU ดี ME สุข” เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานในรูปแบบการทำงานยุคใหม่ ครอบคลุม 4 แกนหลักสำคัญ
-
ผ่านกิจกรรมพนักงานสัมพันธ์และสันทนาการ
มุ่งเน้นการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ผ่านกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ อาทิ การแข่งขันฟุตบอลระหว่างสาขา, กีฬาสีประจำกลุ่มเซ็นทรัล, กิจกรรม "Friday Playtime", ปาร์ตี้ประจำปี, กิจกรรมสร้างทีม และการเฉลิมฉลองเทศกาลประจำปี
-
ผ่านการขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม
เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคมและชุมชนรอบฐานการดำเนินธุรกิจ เพื่อหล่อหลอมความสามัคคี จิตสำนึกสาธารณะ ค่านิยมด้านความยั่งยืน และความภาคภูมิใจในการร่วมขับเคลื่อนองค์กร
4. การขับเคลื่อนเส้นทางอาชีพด้วยระบบการจัดการทรัพยากรบุคคลแบบดิจิตัล หรือ CNext
การบริหารเส้นทางอาชีพเชิงรุก: เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและการรักษาบุคลากรในระยะยาว บริษัทฯ ได้พัฒนาและนำการจัดการทรัพยากรบุคคลแบบดิจิตัล หรือ CNext มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถบริหารจัดการและวางแผนเส้นทางอาชีพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบดิจิทัลที่ทันสมัยนี้ช่วยให้พนักงานสามารถติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนาศักยภาพ การฝึกอบรม และเข้าถึงหลักสูตรการเรียนรู้ที่สอดรับกับเป้าหมายการเติบโตในอนาคตได้อย่างสะดวกและคล่องตัว รวมถึงเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งภายในองค์กรและกับพันธมิตรภายนอก






